8.19.2554

เยลโล่เดซี่เค้ก

เยลโล่เดซี่เค้ก
เค้กนี้เป็นเค้กไข่แดง ดังนั้นเค้กไข่แดงจะใช้นมมากว่าเค้กที่ใช้ไข่ทั้งฟอง เพราะไข่แดงมีน้ำน้อยกว่าไข่ขาว เค้กชนิดนี้เนื้อจะแน่นรสชาติเข้มข้น วิธีรับประทานให้อร่อย กินกับเชอร์เบทส้ม โดยตักเชอร์เบทวางข้างบนจะทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น





ส่วนผสมของเยลโล่เดซี่เค้ก
เเป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ถ้วย
เนยหรือมาร์การีน 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1 1/2 ถ้วย
ไข่แดง 6 ฟอง
นม 1 ถ้วย
กลิ่นมะนาว 1 ช้อนชา

1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน 3 ครั้ง คนเนยพอนุ่มแล้วใส่น้ำตาลทีละน้อย 2-3 ช้อน ใส่จนเป็นครีมขาวฟูและน้ำตาลหมดใส่ไข่แดงทีละฟองคนพอเข้ากันจึงใส่ฟองต่อไป ทำเช่นนี้จนหมด 6 ฟอง
2. ใส่แป้งลงในครีมทีละน้อย ทีละน้อยคือทีละ 2-3ช้อนโต๊ะ คนตะล่อมเบา ๆจนแป้งเข้ากับครีม จึงใส่นม 2-3 ช้อนโต๊ะ คนแบบเดียวกัน ใส่แป้งสลับกับนมและคนเช่นนี้จนหมดทั้งแป้งและนม ใส่กลิ่นมะนาว
3. ปูกระดาษไขลงในพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ทาไขมันบาง ๆให้ทั่ว ตักแป้งที่ผสมลงในถาด ใช้ด้ามช้อนคนไปมา 2-3 ครั้ง เพื่อไล่อากาศ อบไฟที่ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 60 นาที จนขนมสุกเหลืองขอบหลุดจากพิมพ์ จึงเอาออกจากเตา
4. ปล่อยขนมไว้ในพิมพ์ประมาณ 10 นาที จึงเอาออกจากพิมพ์ ตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟกับเครื่องดี่ม หรือรับประทาน
กับไอศกรีม หรือเชอร์เบท

8.07.2554

ยีสต์เค้ก



ยีสต์เค้ก การทำยีสต์เค้กนั้นมีเคล็ดลับนิดหน่อยคือ ส่วนผสมนม เนย น้ำตาลต้องอุ่นจึงใส่แป้งและยีสต์ได้ ถ้าส่วนผสมนม เนย น้ำตาลร้อน แป้งจะสุกและยีสต์จะตายเมี่อยีสต์ตายขนมจะไม่ขึ้น ทำให้ขนมด้านไม่น่ารับประทาน



ส่วนผสมของยีสต์เค้ก
เนย 1 ถ้วย
ยีสต์ผงละเอียด (lnstant yeast) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
นม 1 ถ้วย
ไข่ตีเข้ากัน 4 ฟอง
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
เกลือ ¼ ช้อนชา
ลูกเกด 1 ถ้วย
ถั่วลิสงคั่วหั่นหยาบ 1 /8 ถ้วย
น้ำดาลไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำยีสต์เค้ก
1.ละลายเนย นม น้ำตาล เกลือเข้าด้วยกัน โดยตั้งไฟพอน้ำตาลละลาย ยกลงปล่อยให้อุ่น ใส่เเป้ง 1 ถ้วย ใส่ ยีสต์คนพอทั่ว ใส่ไข่ ใส่แป้งที่เหลือทีละ 2-3 ช้อนโต๊ะสลับกับลูกเกิดและถั่วจนหมด คนให้เข้ากันปล่อยให้ขึ้นประมาณครึ่งชั่วใมง (แป้งจะฟื้นฟูเป็น 2 เท่าตัว ลักษณะของแป้งค่อนข้างนุ่มเหลวติดมือ) คนไล่อากาศ 2. เทขนมลงในพิมพ์ขนมปังที่ทาไขมัน ปล่อยให้ขึ้นอีกประมาณ 20 นาที ทาหน้าขนมด้วยนมข้นจืดให้ทั่ว
อบไฟ 350 องคาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุกเป็นสีเหลืองทอง เอาออกจากเตาใช้ที่แซะ แชะขนมโดยรอบพิมพ์ ปล่อยให้เย็น 10 นาที จึงคว่ำพิมพ์ขนมลง เอาขนมออกจากพิมพ์หงายหน้าขึ้นโรยน้ำตาลไอซิ่ง เพียงเท่านี้ก็จะได้ยีสต์เค้กที่อร่อยน่ารับประทานกับน้ำชา หรือกาแฟ

8.05.2554

เค้กผลไม้

สูตรเค้กผลไม้



เค้กผลไม้เป็นเค้กที่ใช้ผลไม้เชื่อมมาเป็นส่วนผสมที่ทำให้เค้กมีความแปลกใหม่ และผลไม้เชื่อมที่จะนำมาทำเค้กผลไม้นั้นก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามใจผู้ทำ

ส่วนผสมของเค้กผลไม้
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 3 ถ้วย
2.ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
3.อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา
4.เกลือ 1/2 ช้อนชา
5.เนย 2/3 ถ้วย
6.น้ำผื้ง 1 1/2 ถ้วย
7.ไข่ 3 ฟอง
8.น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วย
9.กล้วยตากหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1/2 ถ้วย
10.มะตูมเชื่อมหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย
11.ฟักเชื่อมหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย
12.เชอร์รี่เชื่อมหั่นบาง 1/4 ถ้วย
13.อัลมอนด์หั่นหยาบ 1/4 ถ้วย
14.ลูกเกด 1/2 ถ้วย

วิธีทำเค้กผลไม้


1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ อบเชย เข้าด้วยกัน
2. ผสมผลไม้ทั้งหมดและอัลมอนด์เข้าด้วยกัน แล้วคลุกกับแป้งโดยแบ่งออกมา 1/4 ถ้วย
3. คนเนยกับน้ำผึ้งให้เข้ากันโดยวิธีค่อย ๆรินน้ำผึ้งลงในเนย
4. ต่อยไข่คนให้เข้ากัน ใส่ลงไปในเนย คนให้เข้ากัน
5. ค่อยๆใส่แป้งลงในเนยสลับกับผลไม้และน้ำส้มคั้นคนให้เข้ากัน
6. ใช้กระดาษไขรองก้นพิมพ์ขนมปัง (พิมพ์สี่เหลี่ยม 4x6 นิ้ว) ทาไขมันบาง ๆให้ทั่ว ตักขนมใส่ 1/2 ของพิมพ์ ปาดตรงกลางให้เป็นแอ่ง แต่งหน้าด้วยลูกเกดและเชอร์รี่สีแดง อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที หรือจนสุกเหลือง เมื่อสุกเอาออกจากพิมพ์เอากระดาษไขรองก้นพิมพ์ออก วางบนตะแกรงพักจนเย็น ห่อด้วยอะลูมินั่มฟอยล์ ควรจะทิ้งไว้สัก 3-5 วัน จึงจะอร่อย ขนมจะเหนียว เนื่องจากน้ำตาลจากผลไม้และน้ำผึ้งจะเยิ้มออกมา ทำให้ขนมเหนียว ไม่ร่วน เมื่อตัดเป็นชิ้นๆ
7.เสิร์ฟเค้กผลไม้กับชาหรือกาแฟ

3.17.2554

เค้กสับปะรด

เค้กสับปะรด
เค้กสับปะรดเป็นเค้กที่มีสับปะรดเป็นส่วนประกอบสำคัญดังนั้น การเลือกสับปะรดจึงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง
ถ้าต้องการใช้สับปะรดสดให้ต้มสับปะรดกับน้ำเชื่อมใสก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เค้กขมและน้ำในสับปะรดจะทำให้เค้กไม่ขึ้น และส่งผลให้ส่วนก้นเค้กเป็นไต

ส่วนผสมของเค้กสับปะรด
เนยขาว 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1 ถ้วย
ไข่ 2 ฟอง
กลิ่นส้ม 1/2 ช้อนชา
วานิลลา 1 ช้อนชา
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 1 ¾ ถ้วย
ผงฟู 1 ½ ช้อนชา
เกลือ ¼ ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา ¼ ช้อนชา
สับปะรดกระป๋องสับหยาบ ๆ 1 ถ้วย

1.คนเนยขาวพอนุ่ม ใส่น้ำตาลทีละน้อยคนจนน้ำตาลเป็นครีม ใส่ไข่ทีละฟองคนให้เข้ากัน ใส่วานิลลา
ใส่กลิ่นส้ม คนพอทั่ว
2. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน ผสมเบกกิ้งโซดาลงในสับปะรดคนพอทั่วใส่แป้งลงในครีมทีละ 2-3 ช้อนโต๊ะคนพอแป้งเข้ากับครีม ใส่สับปะรดทีละน้อยคนพอทั่ว ใส่แป้งสลับกับสับปะรดจนหมด
3. ปูกระดาษไขลงในถาดกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง8 นิ้ว ทาไขมันขาวบาง ๆพอทั่ว เทขนมลงในถาด ใช้ด้ามส้อมคนไล่อากาศ อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที หรือจนสุก จึงเอาออกจากเตา คว่ำขนมลงบนตะแกรง เอากระดาษไขออกหงายเอาหน้าขึ้น ปล่อยให้เย็นจึงตัดเป็นเสี้ยว ๆ เสิร์ฟเค้กสับปะรดกับกาแฟ


เค้กปอนด์

เค้กปอนด์
เค้กปอนด์เป็นเค้กทีใครหลายๆคน รู้จักกันดี ในวันนี้เราจึงขอนำเสนอสูตรเค้กปอนด์ พร้อมทั้งเคล็ดลับที่ใครหลายคนก็ยังไม่รู้ค่ะ

ส่วนผสมของเค้กปอนด์
เนย ¾ ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น ¾ ถ้วย
วานิลลา 1 ช้อนชา
ผิวมะนาว ขูดหรือผิวมะนาวหั่นฝอย ๆละเอียด 1/2 ช้อนชา
ไข่ 1 ฟอง
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 1 ¼ ถ้วย
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เกลือ ¼ ข้อนชา
น้ำตาลไอซิ่งสำหรับโรยหน้า

วิธีทำเค้กปอนด์
1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกันเป็นจำนวน 2 ครั้ง จากนั้นให้คนเนยกับน้ำตาลจนเป็นครีมใส่วานิลลา ผิวมะนาวคนจน เข้า กัน
2. ต่อยไข่คนให้เข้ากัน ใส่ลงในเนยคนจนเข้ากันแล้วจึงค่อย ๆใส่แป้งทีละน้อยโดยวิธีคนตะล่อมพลิกจาก
ข้างล่าง มา ข้างบน
3. ปูกระดาษไขลงในพิมพ์ 9x5x2 นิ้ว ทาไขมันบาง ๆเทขนมลงในพิมพ์ 2/3 ของพิมพ์ อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ประมาณ 50 นาที หรือจนกว่าสุก พอสุกเอาออกจากพิมพ์วางบนตะแกรง โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง

เคล็ดลับทำขนมเค้กปอนด์
การอบขนมในเตาเดียวกัน ต้องใช้พิมพ์และใส่ขนมเท่า ๆกัน ขนมจึงจะสุกพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ขนมไหม้ก้น ให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ 1 คู่ ปูลงบนลาดแล้วจึงวางพิมพ์ที่ใส่ขนมลงบนถาด ล้อมด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์พับ 3สูงเท่าขอบพิมพ์ ชุบน้ำพอเปียกล้อมรอบพิมพ์แล้วจึงอบ จะได้ขนมที่เปลือกไม่หนาเมื่อสุกแล้วถ้าต้องการให้ขนมหน้าเสมอกันให้ใช้พายยางปาดขนมให้เป็นแอ่งตรงกลางก่อนอบ เมื่ออบสุกขนมส่วนขอบจะไหลมาตรงกลางทำให้หน้าขนมหน้าเรียบ


3.16.2554

เค้กเนย

เค้กเนย
เค้กเนยนั้นเมื่อผสมแป้งแล้วควรจะเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีไขมันแยกตัวออกมา ถ้าผสมไข่แล้วไขมันแยกตัวให้ใส่แป้งก่อนจนแป้งเข้ากับส่วนผสมดีและไม่แยกตัวจึงใส่นม และก่อนจะทำการอบจะต้องดูว่าอุณหภูมิที่ใช้ในปัจจุบันจะใช้องศาเซนติเกรด ซึ่ง 375 องศาฟาเรนไฮต์ จะเท่ากับ 190 องศาเซนติเกรด ทั้งนี้ผู้ทำขนมจะต้องศึกษาคู่มือเตาอบให้ดีก่อนใช้

ส่วนผสมของเค้กเนย
แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
ผงฟู 3 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ไข่ฟองใหญ่ 3 ฟอง
(ถ้าไข่ฟองเล็กใช้ 4 ฟอง)
น้ำตาลทรายป่น 1 ถ้วย
เนยหรือมาร์การีน ¾ ถ้วย
นม 1/2 ถ้วย
วานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำเค้กเนย
1 คนเนยให้นุ่มแล้วใส่น้ำตาลครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ คนไปทางเดียวกันจนเป็นครีมและน้ำตาลหมด (จับดูจะเนียนมือแสดงว่าเป็นครีมดี ถ้าจับแล้วสากมือน้ำตาลกับเนยไม่เข้ากันดี ขนมจะหยาบเมื่อสุกแล้ว)
2.ใส่ไข่ลงในครีมครั้งละ 1 ฟอง คนให้เข้ากับครีมจนหมด
3. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน 2 ครั้ง ใส่แป้งลงในครีมทีละ 2-3 ช้อนใต๊ะ คนเบาๆ เพื่อเข้ากัน โดยคน
พลิกจากข้างล่างขึ้นข้างบนพอแป้งเข้ากับครีม ใส่นม 1-2 ช้อนใต๊ะ คนแบบเดียวกันแล้วจึงใส่แป้ง ใส่และคนแบบนี้จนแป้งและนมหมด จึงใส่วานิลลา คนพอทั่ว
4. ปูพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่าคูนย์กลาง 8 นิ้ว ด้วยกระดาษไขเฉพาะก้นพิมพ์ ทาไขมันบาง ๆให้ทัวพิมพ์ เทขนมลงในพิมพ์ใช้ด้ามส้อมคนไล่อากาศ 2-3 ครั้ง
5. อบไฟ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 45 นาที หรือจนขนมสุก ซึ่งขอบขนมจะหลุดออกจากพิมพ์ เพื่อความแน่ใจให้ใช้ไม้จิ้มตรงกลาง ถ้าไม่ติดไม้เป็นใช้ใด้ จึงเอาออกจากพิมพ์ดึงกระดาษไขออก (การเอาขนมออกจากพิมพ์ ใช้ที่แซะขนมแซะโดยรอบก่อน) กลับหน้าขึ้นพอเย็นจีงตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟ

3.07.2554

ครีมโรลวานิลลา

ครีมโรลวานิลลา
ครีมโรลวานิลลา มีลักษณะพิเศษคือจะเป็นเค้กที่ม้วนเป็นวง ซึ่งการม้วนขนมนั้นต้องม้วนทันทีที่ขนมออกจากเตา เพื่อไม่ให้แตก ม้วนพออยู่ตัวทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงเอาผ้าขาวบางที่ม้วนออกให้หลวมๆ เพราะถ้าไม่คลายผ้าออกขนมจะขึ้นเป็นเหงื่อ ทำให้หน้าขนมหลุดไม่น่ากิน เมื่อทาครีมหรือแยมแล้วม้วนให้แน่นปล่อยไว้สักครู่จึงตัด ถ้าจะให้ตัดง่ายขึ้นให้แช่เย็นสักครู่ก่อน

ส่วนผสมของครีมโรลวานิลลา
แป้งสาลีเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 1 / ถ้วย
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ไข่ 5 ฟอง
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
วานิลลา 2 ช้อนชา

ส่วนผสมของครีม
เนย ¼ ถ้วย
น้ำตาลไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
นม 1 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำครีมโรลวานิลลา
1.ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน 3 ครั้ง
2. ต่อยไข่ใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาล ตีให้ขึ้นฟูจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที
3. ผสมนมและวานิลลาเข้าด้วยกัน ใส่แป้งทีละน้อยสลับกับนมลงในอ่างไข่ที่ตี คนเบา โดยพลิกแป้งจากข้าง
ล่างมาข้างบนพอแป้งเข้ากับส่วนผสมจึงใส่นม คนให้นมเข้ากับแป้ง สลับกันเช่นนี้จนหมด ใส่เนยละลาย คนพอเข้ากัน
4. ปูกระดาษไขลงในถาด 11x15 นิ้ว ลึก 1 ซม. ให้กระดาษเกินขอบถาด 1 นิ้ว โดยรอบ เทขนมลงในถาด
อบไฟ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20 นาที หรือจนขนมสุกเหลืองจึงเอาออกจากเตา คว่ำถาดขนมลงบนผ้าขาวบางที่ปูบนตะแกรงดึงกระดาษไขออก ตัดขอบเเข็งออกม้วนขนมตามยาวให้แน่นแด่ม้วนเบามือ คลายผ้าที่ม้วนออกหลวม ๆคลุมขนมไว้ ปล่อยให้ขนมเย็นจึงคลี่ออกทาครีมหรือแยมแล้วจึงม้วนตามเดิม ถ้าใช้แยมใช้ 1/4 ถ้วยผสมกับน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ ทาบาง ๆให้ทั่ว ตัดขนมเป็นชิ้นขนาด ½ - 3/4 นิ้วจะได้ประมาณ 18 อัน