6.26.2556

เบเกอรี่สูตร ครีมฮอร์น

ส่วนผสม
1. แป้งขนมปัง 500 กรัม
2. เนยสด 420 กรัม
3. ไข่แดง 1 ฟอง
4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
5. เกลือ 3/4 ช้อนชา
6. น้ำ 300 กรัม
7. น้ำตาลทรายสำหรับโรยหน้านิดหน่อย

ส่วนผสมสำหรับทำบัตเตอร์ครีม
1. เนยสดรสเค็ม 225 กรัม
2. นมข้นจืด 120 กรัม
3. น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
4. วานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ทำไส้บัตเตอร์ครีมก่อน โดยนำส่วนผสมสำหรับทำบัตเตอร์ครีมทั้งหมด มาใส่ในเครื่องตีรวมกันจนขึ้นฟู พักไว้
2. ทำส่วนผสมของฮอร์นโดยนำแป้งขนมปัง แบ่งเนยสดจำนวน 350 กรัม น้ำตาลทราย เกลือนน้ำ และไข่แดงนวดรวมกันจนเนียน พักไว้
3. นำแป้งที่ได้มารีดเป็นแผ่น แล้วห่อด้วยเนยสดส่วนที่เหลือ รีดให้แบน พับทบ 3 ทบ รีดอีกรอบ แล้วทำซ้ำจนครบ 3 รอบ หลังจากนั้น นำแป้งไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 2 ชั่วโมง
4. นำแป้งออกจากตู้เย็นเอามารีดให้ได้แผ่นหนา 0.3 เซนติเมตร หั่นเป็นเส้นตามยาวแล้วม้วนในกรวยที่ทาเนยไว้
5. โรยน้ำตาลทรายทับ แล้วนำเข้าเตาอบโดยใช้ความร้อน 180 องศาเซนเซียส นานประมาณ 15 นาที หรือสุก แล้วอาออกมาพักไว้ให้เย็น
6. ใส่ไส้บัตเตอร์ครีม ก็จะได้ครีมฮอร์น ตกแต่งใส่จานให้สวยงาม


5.29.2556

เบเกอรี่สูตรม็อกค่าคัพเค้ก

ม็อกค่าคัพเค้กเป็นขนมเบเกอรี่ชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ม็อกค่า เนื่องจากเป็นการนำโก้โก้และกาแฟมาผสมกัน หน้าขนมที่ได้ไม่ควรแฉะ กลางกลางจะนุ่ม  และต้องระวังเรื่องอุณหภูมิที่ใช้ คือ ต้องใช้ให้พอดีตามที่สูตรกำหนด เพราะถ้าใช้ไฟอ่อนเค้กจะแห้งและแข็ง ถ้าใช้ไฟแรง เค้กจะไหม้ก่อนที่จะสุก

ส่วนผสม
มาร์การีนหรือเนย 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1 ถ้วย
ไข่ 1 ฟอง
วานิลลา 1 ช้อนชา
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง  1 1/3 ถ้วย
ผงฟู 1 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
โกโก้ชนิดผงละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
กาแฟผงสำเร็จ 2 ช้อนชา
นม 1/2 ถ้วย

วิธีทำม็อกค่าคัพเค้ก
1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน
2. คนเนยพอนุ่ม จึงใส่น้ำตาลทีละ 2 ช้อนโต๊ะ คนเนยกับน้ำตาลให้เป็นครีมจนหมด ใส่วานิลลา คนให้เข้ากัน
3. ละลายโกโก้และกาแฟด้วยน้ำอุ่น 3 ช้อนโต๊ะ ตักใส่ลงในครีม คนให้เข้ากัน
4. ใส่ไข่ คนให้ทั่ว แล้วจึงใส่แป้งที่เหลือทีละ 3 ช้อนโต๊ะ คนให้แป้งเข้ากับครีม
5. ใส่นมทีละน้อย คนให้เข้ากัน แล้วจึงใส่แป้งสลับกันจนหมด
6. วางกระทงเค้ก กระทงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ลงในถาดมัฟฟิน
7. ตักขนมใส่กระทง ประมาณ 2/3 ของกระทง
8. อบไฟอุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก คือ ขนมหดตัว จึงเอาขนมออกจากเตา
9. เมื่อเอาขนมออกจากเตาประมาณ 5 นาที จึงเอาออกจากพิมพ์


5.23.2556

มาเบิ้ลเค้ก (เค้กลายหินอ่อน)


เบเกอรี่สูตรนี้ ขนมที่ได้จะมีลวดลายคล้ายหินอ่อน คือ สีขาว แซมกับสีเข้มๆ ปนกระจายกันไป

ส่วนผสม
เนย 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1 1/4 ถ้วย
แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 2 1/4 ถ้วย
ผงฟู  3 1/4 ช้อนชา
เกลือ  1/2 ช้อนชา
นม 1 ถ้วย
วานิลลา 1 ช้อนชา
โกโก้ผลงละเอียดชนิดไม่หวาน 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
อบเชยป่น  1 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา  1/8 ช้อนชา
ไข่ไก่ ใช้เฉพาะไข่ขาว 3 ฟอง
น้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. คนเนยให้นุ่ม ใส่น้ำตาลทีละน้อย คนให้เข้ากันจนเป็นครีม และใส่จนน้ำตาลหมด
2. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน ใส่แป้งลงในครีมทีละน้อย คือ ครั้งละ 2-3 ช้อนโต๊ะ คนตะล่อมแป้งโดยพลิกแป้งจากข้างล่างมาข้างบนพอแป้งเข้ากับครีม แล้วใส่นมทีละ 2-3 ช้อนโต๊ะ คนด้วยวิธีเดียวกัน
จนนมเข้ากับส่วนผสมดีแล้ว จึงใส่แป้งสลับกัน เช่นนี้จนแป้งและนมหมด ใส่วานิลลา คนให้ทั่ว แบ่งแป้งเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน
3. ละลายโกโก้ด้วยน้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ ใส่อบเชย เบกกิ้งโซดา คนให้เข้าด้วยกัน ใส่ลงในแป้งที่แบ่งออกมา 1 ส่วน คนพอทั่ว
4. ตีไข่ขาวด้วยไม้ตีไข่ ใส่เกลือ 1/8 ช้อนชา ตีจนไข่ขึ้นฟูและตั้งยอดได้ โดยยกขึ้นดูว่าติดไม้ตีไม่หลุดออกมา (แต่อย่าตีไข่ขาวนาน เพราะไข่จะเป็นเม็ดๆ เมื่อผสมกับแป้งเนื้อจะไม่เนียน เพราะไข่ขาวจะไม่เข้ากับส่วนผสมนั่นเอง) จากนั้นก็แบ่งไข่ออกเป็นสองส่วนใส่ลงในแป้งแต่ละส่วน คนตะล่อมพอเข้ากับแป้ง
5. ปูกระดาษไขบนถาดกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 นิ้ว ทาไขมันบางๆ ให้ทั่วถาด ตักแป้งส่วนสีขาวลงในถาด แล้วจึงตักส่วนสีส่วนช็อกโกแลตด้วยช้อน วางทับบนส่วนสีขาวเป็นหย่อมๆ ใช้ด้ามช้อนคนแป้งกลับไปกลับมาสองสามครั้ง เพื่อให้แป้งสีช็อกโกแลตกระจายออก
6. อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที หรือจนกระทั่งขนมสุก แล้วจึงเอาออกจากถาดอบ แซะโดยรอบ แล้วจึงคว่ำพิมพ์เอากระดาษไขออกกลับหน้าขึ้น มาร์เบิ้ลเค้กที่ได้ ควรจะเป็นขนมมีสีแก่สลับกับขาวเป็นตอนๆ คล้ายลายหินอ่อน ตัดขนมเป็นเสี้ยวใช้เสิร์ฟกับเครื่องดื่มสมุนไพร หรือสมูทตี้  ชา กาแฟ ตามชอบ


5.20.2556

สูตรเบเกอรี่ เค้กส้ม


การทำเค้กส้มนั้น ถ้าอยากให้อร่อยจะต้องใช้น้ำส้มคั้นสด เพราะกลิ่นจะหอม รสไม่หวานจัด แต่ถ้าไม่สะดวก ก็สามารถใช้น้ำส้มกระป๋องหรือกล่องก็ได้ แต่อาจจะไม่อร่อยเท่าน้ำส้มสด

ส่วนผสม
1. แป้งสาลีร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
2. ผงฟู 1 ช้อนชา
3. เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
4. เกลือ 1 ช้อนชา
5. เนยหรือมาร์การีน 1/2 ถ้วย
6. น้ำตาลทรายป่น 1 1/2 ถ้วย
7. น้ำส้มคั้น 1 ถ้วย
8. ไข่ 2 ฟอง

วิธีทำ
1.ร่อนส่วนผสมของแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา เกลือ ที่ผสมเข้าด้วยกัน 3 ครั้ง
2. คนเนยพอนุ่ม ใส่น้ำตาลทรายจำนวน 2 ช้อนโต๊ะทีละน้อยๆ  คนให้เป็นครีมจนหมด ใส่ไข่ทีละฟอง คนพอเข้ากัน ใส่แป้งทีละ 2-3 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันโดยวิธีคนพลิกกลับจากบนลงล่าง พอเข้ากันดีแล้ว จึงใส่น้ำส้มคั้นทีละน้อยๆ ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ คนในแบบเดียวกัน เมื่อเข้ากันดีแล้วจึงใส่แป้ง ใส่สลับกันเช่นนี้จนแป้งและน้ำส้มหมด
3. ปูกระดาษลอกลายลงในพิมพ์ขนาด 9 X 13 นิ้ว ทาไขมันบางๆ ให้ทั่ว เทขนมใส่ลงในพิมพ์ ใช้ด้ามช้อนคนไปมา 2-3 ครั้ง อบไฟขนาด 250 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 30 นาที หรือจนขนมสุก ซึ่งการจะสังเกตว่าขนมสุกนั้น ให้สังเกตที่ขอบขนมที่จะหลุดออกจากพิมพ์ เมื่อสุกแล้ว ก็เทขนมออกจากพิมพ์ ดึงเอากระดาษออกหงายหน้าขึ้นปล่อยให้เย็น แล้วจึงแต่งหน้าให้สวยงาม

ตัวอย่างการแต่งหน้าด้วยหน้าครีม
ส่วนผสมหน้าครีม
เนยหรือมาร์การีน 1/2 ถ้วย
น้ำตาลไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง  1 1/2 ถ้วย
นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

วิธีทำหน้าเค้ก 
คนเนยพอนุ่ม ใส่น้ำตาลไอซิ่งทีละน้อย คนพอเข้ากันและเป็นครีม ใส่นมและน้ำมะนาวคนพอทั่ว

วิธีแต่งหน้า
1. กลับเอาขนมเอาส่วนก้นขึ้นเอาหน้าลง
2. ใช้พายยางป้ายหน้าขนมวางลงบนขนม ใช้ spatula เกลี่ยให้หน้าเสมอ หนาบางตามชอบ แล้วจึงใช้มีดจุ่มน้ำแช่น้ำแข็งตัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาด 1 1/2 นิ้ว ก็จะได้เค้กส้มชิ้นพอดี
สูตรเบเกอรี่ เค้กส้ม












4.25.2556

คุกกี้เสี่ยงทาย (Fortune Cookies)


คุกกี้เสี่ยงทายเป็นขนมเบเกอรี่ที่ทำไม่ยาก และสนุกตอนรับประทานเนื่องจากจะมีคำทำนายมาให้ลุ้นกันอีกต่างหาก เราสามารถทำไปร่วมตอนงานรื่นเริงต่างๆ เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นได้ค่ะ
วิธีทำคุกกี้เสี่ยงทาย

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม สำหรับทำ 6-7 ชิ้น
1. ไข่ขาว 1 ฟอง
2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ ¼ ถ้วย
3. น้ำตาลทราย ¼ ถ้วย
4. เนยขาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
5. เกลือป่นนิดหน่อย
6. สีผสมอาหารตามชอบ
7. กระดาษสีสำหรับตัดเป็นกระดาษเสี่ยงทาย กว้าง 1 ซม. ยาว 6 ซม. เขียนข้อความเสี่ยงทายตามชอบ

วิธีทำ
1. ร่อนแป้งกับเกลือพักไว้
2. ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟอง ใส่แป้งและน้ำตาล ใช้พายตะล่อมให้เข้ากันดี พักไว้ 30 นาที
3. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซนเซียส ทาถาดที่จะใช้อบด้วยเนยขาว
4. แบ่งแป้งที่พักได้ที่แล้ว 2-3 ช้อนใส่ชามเล็ก ผสมสีผสมอาหาร คนให้เข้ากัน
5. ตักแป้ง 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ เทตรงกลางถามที่เนยขาวไว้ ใช้หลังช้อนละเลงให้เป็นวงรี กว้าง 3 นิ้ว และยาว 5 นิ้ว เวลาละเลงให้กดน้ำหนักให้เสมอ ไม่อย่างนั้นขนมจะพองเป็นจุดๆ ไม่น่ารับประทาน)
6. หยดสีเป็นหยดๆ แล้วใช้ปลายมีดหรือไม้เสียบลูกชิ้น ลากวนไปมาให้เป็นลวดลาย
7. อบขนมทีละชิ้นพอเหลือง (ในขณะที่อบชิ้นหนึ่ง ให้ละเลงอีกชิ้นรอไว้) ปกติขนมจะเหลืองจากขอบ แต่ถ้าไฟไม่เสมอหรือถาดนำความร้อนไม่ดีพอ ขอบจะไหม้ก่อนที่ตรงกลางจะเหลือง ให้ใช้อะลูมิเนียมฟอยล์เจาะเป็นวงรีเล็กกว่าขนาดขนม หุ้มเป็นวงแหวน วางครอบขนมเมื่อขอบเริ่มเหลือง เพื่อกันไม่ให้ขอบร้อนมากและเหลืองจนเกินไป
8. เมื่อขนมเหลือง นำออกจากเตา แล้วอบอีกชิ้นที่ทำเตรียมไว้ รีบใช้ spatula หรือที่แซะขนม แซะขนมออกทันที วางกระดาษเสี่ยงทายไว้ตรงกลาง พับทบครึ่ง แต่ให้ตรงกลางป่อง เม้มขอบให้ชิดกัน แล้วกดตรงกลางของด้านที่เป็นรอยพับเข้าหากัน เป็นรูปโค้ง ให้ฐานเป็นรูปตัววี ทิ้งไว้ให้เย็น เก็บใส่กล่องสูญญากาศ คุกกี้เสี่ยงทายก็พร้อมรับประทานแล้ว
คุกกี้เสี่ยงทาย

2.11.2556

เบเกอรี่สูตร ช็อกโกแลตโรล


ถ้าพูดถึงเบเกอรี่ที่นุ่มๆ หอม อร่อย และเป็นม้วนๆ ใครหลายคนคงนึกถึงครีมโรล แต่ว่าเรามีสูตรเบเกอรี่ที่อร่อยไม่แพ้กัน คือ ใช้ช็อกโกแลตแทนนั่นเอง  รสชาติจะอร่อยเข้มข้นขึ้น มาดูส่วนผสมและวิธีทำได้เลยค่ะ

ส่วนผสมช็อกโกแลตโรล
1. โกโก้ชนิดผงละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง  1 ¼ ถ้วย
3. ผงฟู 1 ½ ช้อนชา
4. เกลือ  ½ ช้อนชา
5. ไข่ (ให้เลือกไข่ใหม่ ถ้าไข่เก่าน้ำจะมาก เมื่อผสมแล้ว แป้งจะเหลว เมื่ออบขนมจะขึ้นฟูน้อย ไม่น่ารับประทาน)   5 ฟอง

6. น้ำตาลทรายละเอียด 1 ถ้วย
7. เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ
8. นมข้นจืด ¼ ถ้วย
9. วานิลลา 2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ร่อนแป้ง ผงฟู โกโก้ เกลือเข้าด้วยกัน 3 ครั้ง
2. ต่อยไข่ใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาลทั้ง 1 ถ้วย ตีให้ขึ้นฟู จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที
3. ผสมนมและวานิลลาเข้าด้วยกัน
4. ใส่แป้งทีละน้อยสลับกับนมลงในไข่ที่ตี คนเบาๆ โดยพลิกแป้งจากข้างล่างมาข้างบน พอแป้งเข้ากันส่วนผสม จึงใส่นม คนให้นมเข้ากับแป้ง สลับกันเช่นนี้จนหมด ใส่เนยละลายคนพอเข้ากัน
5. ปูกระดาษไขลงในถาม 11 X 15 นิ้ว ลึก 1 ซม. ให้กระดาษเกินขอบถาด 1 นิ้วโดยรอบ ทาไขมันขาวบางๆ ให้ทั่ว เทขนมลงในถาด อบไฟ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20 นาที หรือจนขนมสุกเกลือ จึงเอาออกจากเตา คว่ำถาดขนม ลงบนผ้าขาวบางที่ปูบนตะแกรง ดึงกระดาษออกตัดขอบแข็งออก ม้วนขนมตามยาวให้แน่น แต่ม้วนเบามือ คลายผ้าที่ม้วนออกหลวมๆ คลุมขนมไว้ปล่อยให้ขนมเย็น จึงคลี่ออกทาครีมหรือแยมแล้วม้วนตามเดิม
ถ้าใช้แยมใช้ ¼ ถ้วย ผสมกับน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะทาบางๆ ให้ทั่ว ตัดขนมเป็นชิ้นขนาด ½ นิ้ว จะได้ประมาณ 18 อัน

ครีม
กาแฟผงสำเร็จ 1 ช้อนชา
เนย ¼ ถ้วย
น้ำตาลไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
นม 1 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำครีม
คนเนยให้นุ่ม ใส่กาแฟ คนให้ทั่ว ใส่น้ำตาลไอซิ่งทีละน้อย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลไอซิ่งหมด ใส่นมคนให้เข้ากัน จึงใส่น้ำมะนาว และวานิลลาคนให้ทั่ว จึงใช้ทาขนม

เบเกอรี่สูตร ช็อกโกแลตโรล


12.06.2555

เบเกอรี่สูตรเค้กผลไม้


บางคนที่ทานเค้ก จะไม่ชอบเค้กที่มีหน้าครีม เพราะรู้สึกว่ามันมีครีมเยอะเกินไป การทานเค้กผลไม้แทนก็ทดแทนได้เหมือนกันค่ะ วันนี้จึงขอเสนอการทำเค้กผลไม้เอาไว้ทานกันในครอบครัว แจกเป็นของขวัญปีใหม่ หรือในเทศกาลสำคัญๆ ใช้เป็นเค้กวันเกิดก็ได้เหมือนกันค่ะ

ส่วนผสมเค้กผลไม้
1.ลูกเกดสีดำ 1 ถ้วย
2.ลูกเกดสีเหลือง 1/2 ถ้วย
3.เชอร์รีเชื่อมหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย (ไม่ควรใช้เชอร์รี่ที่อยู่ในขวดน้ำเชื่อมใส เพระเชอร์รี่แบบนี้สีจะตกและไม่นุ่ม เชอร์รี่เชื่อมเนื้อนุ่มจะมีขายเป็นกิโลกรัมหรือเป็นถุง)
4.มาร์การีนหรือเนย 1/2 ถ้วย
5.แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำตาลทรายป่น 1 ถ้วย
7.น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วย
8.ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
9.ไข่ 3 ฟอง
10.แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 1 1/2 ถ้วย
11.แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 1 1/4 ถ้วย
12.เกลือ 1/8 ช้อนชา
13.ผิวส้มขูด 1 ช้อนชา
14.เหล้ารัม 1/2 ถ้วย

วิธีทำเบเกอรี่สูตรเค้กผลไม้
1. แช่ลูกเกดทั้งสองชนิดด้วยเหล้ารัมค้างคืน เพื่อให้ลูกเกดจะนุ่มและมีกลิ่นหอม จะไม่หลุดออกจากเนื้อเค้ก ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
2. คนเนยพอนุ่ม ใส่น้ำตาลทีละน้อย คนจนเป็นครีม ผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำส้มคั้นให้เข้ากัน ใส่ลงในครีมทีละน้อย
คนให้เข้ากัน ใส่ไข่ทีละฟอง คนให้เข้ากันกับครีมจนหมด
3. ร่อนแป้งทั้งสองชนิด ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน ใส่แป้งสลับกับเชอรี่และลูกเกดจนหมด คนให้ทั่ว ใส่ผิวส้ม คนให้เข้ากัน
4. ปูกระดาษไขลงในพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว ทาพิมพ์ด้วยเนยขาวให้ทั่ว ตักขนมลงในพิมพ์ อบไฟ 300 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 50 นาที
จนขนมสุกเหลืองขอบหลุดออกจากพิมพ์ จึงเอาออกจากเตา ปล่อยไว้ 5 นาทีจึงเอาออกจากพิมพ์ ดึงกระดาษไขออกวางบนตะแกรง พอเย็นห่อด้วยอะลูมินั่มฟอยด์ ไว้ 3 วัน ขนมจะนุ่มและไม่ร่วม ถ้าใช้เร็วขนมจะร่วน
เค้กผลไม้



10.12.2555

พายรวมมิตร


พายรวมมิตร เบเกอรี่
พายรวมมิตร เป็นอีกหนึ่งเบเกอรี่ที่รสชาติเค็ม มัน และมีส่วนผสมที่มีความเป็นไทย เช่น เนื้อมะพร้าวอ่อน เนื้อขนุน ข้าวโพดต้ม ถั่วต้มสุก นำมากวนรวมกันเป็นไส้พายให้รสชาติที่หวานหอม อร่อย ควบคู่ไปกับเนื้อพายกรอบแกมนุ่ม รสชาติเข้ากันเป็นที่สุด เหมาะสำหรับเป็นอาหารว่าง หรือถ้าเร่งรีบก็ทานคู่กับเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำปั่น สมูทตี้ ก็ช่วยให้อิ่มท้องได้ไม่ยาก

ส่วนผสมของพายรวมมิตร
ส่วนผสมแป้งพาย
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 150 กรัม
2. น้ำตาลทราย 30 กรัม
3. ผงฟู 1/4 ช้อนชา
4. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
5. เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำเย็นจัด 1/4 ถ้วย

ส่วนผสมไส้พาย
แป้งข้าวโพต  2 1 /2 ถ้วย
น้ำตาลทราย  1/2 ถ้วย
เกลีอป่น 1 /4 ช้อนชา
น้ำ    1/4 ถ้วย
น้ำมะพร้าว  1/2 ถ้วย
เนื้อมะพร้าวอ่อนเป็นหั่นเส้น 1 /4 ถ้วย
ขนุนฉีกเป็นเส้น  2 ช้อนโต๊ะ
เม็ดข้าวโพดต้ม 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วแดงต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ผสมแป้งสาลี เกลือ ผงฟู น้ำตาลเข้าด้วยกัน ใส่เนย เคล้าเบาๆ ให้แป้งจับกับเนยเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว แล้วค่อยๆ ใส่น้ำเย็น นวดให้เข้ากันจนแป้งนิ่ม แล้วพักไว้ 30 นาที
2. คลึงแป้งเป็นแผ่นหนาประมาณ ¼ เซนติเมตร ตัดให้ได้ขนาด แล้วนำไปกรุในพิมพ์ที่ทาเนยไว้  ใช้ส้อมจิ้มที่ก้นพิมพ์พอทั่ว นำเข้าเตาอบ อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์จนสุกเหลือง เอาออกจากเตาอบ พักไว้
3. ทำไส้พาย โดยผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำตาล เกลือ น้ำ น้ำมะพร้าว คนให้น้ำตาลละลาย โดยใช้ไฟกลาง การกวนไส้พายต้องคอยคนตลอดเวลา แป้งข้าวโพดที่เป็นส่วนผสม จึงจะเนียนไม่เป็นลูก เสร็จแล้วก็ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน ขนุน ข้าวโพด ถั่วแดง คนให้เข้ากัน ตักหยอดในแป้งพาย ทิ้งให้เย็น หรือแช่ในตู้เย็น เมื่อจะเสิร์ฟจึงเคาะพายรวมมิตรออกจากพิมพ์

9.11.2555

เบเกอรี่สูตรคัพเค้กกล้วยหอมช็อกโกแลต


คัพเค้ก
เบเกอรี่สูตรคัพเค้กกล้วยหอมช็อกโกแลตสามารถทำขายหรือทำรับประทานในครอบครัวเป็นของว่างคู่กับเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นได้อย่างดี

ส่วนผสม
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 1/8 ถ้วย
2. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
3. เบกกิ้งโซดา 1 1/2 ช้อนชา
4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
5. กล้วยหอมสุกบดละเอียด 1 1/2 ถ้วย
6. เนยสด 1 ถ้วย
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. บัตเตอร์มิลค์ 3 ช้อนโต๊ะ
9. dark chocolate chip 1/2 ถ้วย

วิธีทำ
1. เปิดเตาอบโดยใช้อุณหภูมิที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์
2. เตรียมพิมพ์มัฟฟิน 12 ชิ้น
3. ละลายเนยสดเตรียมไว้
4. ร่อนแป้ง น้ำตาลทราย เบกกิ้งโซดาและเกลือป่นเข้าด้วยกัน พักไว้
5.ใช้ตะกร้อมมือตีกล้วยบด เนยละลาย ไข่ไก่ และบัตเตอร์มิลค์จนเข้ากันดี ใส่แป้งแล้วตะล่อมจนส่วนผสมเข้ากัน แล้วใส่ dark chocolate chipคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
6. ตักส่วนผสมใส่ลงในพิมพ์แล้วนำเข้าเตาอบนาน 22-25 นาที หรือจนกระทั่งเค้กสุก นำออกจากเตาทิ้งไว้สักพัก แกะออกจากพิมพ์ รับประทานกับน้ำชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ

8.15.2555

เบเกอรี่สูตรคัสตาร์ดชิฟฟอนเค้ก


คัสตาร์ดชิฟฟอนเค้ก

เบเกอรี่ชนิดนี้จะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนตัวเค้ก ส่วนคัสตาร์ด และน้ำตาลคาราเมล นิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง คู่กับชา กาแฟ

ส่วนผสมน้ำตาลคาราเมล
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
วิธีทำน้ำตาลคาราเมล คือ เทน้ำตาลลงในพิมพ์เค้กขนาด 10 X 12 นิ้ว ตั้งไฟจนน้ำตาลละลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ กลอกให้ทั่วก้นพิมพ์ทิ้งไว้ให้เย็น

ส่วนผสมของคัสตาร์ด
นมข้นจืด  1 1/4  ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
ไข่แดง 2 1/2 ฟอง
วานิลลา 2 ช้อนชา
วิธีทำคัสตาร์ด
คนไข่แดงกับน้ำตาลเข้าด้วยกัน ใส่นมข้นจืด คนให้เข้ากัน ใส่วานิลลา คนเข้าด้วยกัน กรองด้วยผ้าขาวบางหรีอกระชอนถี่ ๆใส่ลงในพิมพ์ที่ทำน้ำตาลคาราเมล พักไว้

เค้กสูตรนี้ทำเสร็จไปแล้วสองส่วน เหลือส่วนสุดท้ายคือตัวเค้ก เรามาดูกันว่าส่วนผสมและวิธีการทำมีอะไรบ้าง
ส่วนผสมของตัวเค้ก
1. แป้งเค้กร่อน 1ครั้ง  1 1/2  ถ้วย
2.น้ำมันพืช 1/4  ถ้วย
3.น้ำตาลทรายป่น  12 ช้อนโต๊ะ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนอย่างละครึ่ง
4.ผงฟู 1 1 /2 ช้อนชา
5.น้ำหรีอน้ำส้มคั้นหรือน้ำชาหรือกาแฟชงชนิดอ่อน 1/2 ถ้วย
6.ไข่แดง 2 1/2 ฟอง
7.ไข่ขาว 5 ฟอง
8.น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำตัวเค้ก
1. ร่อนแป้ง และผงฟูเข้าด้วยกัน
2. ตีไข่แดงจนขึ้น ใส่น้ำตาลจำนวน 6 ช้อนโต๊ะทีละน้อยสลับกับใส่น้ำมัน คนให้เข้ากันจนเป็นครีม
3. ผสมแป้งลงในครีมสลับกับน้ำหรือน้ำส้มหรือน้ำชา หรือกาแฟ จนหมด คนเบาๆ พอเข้ากัน
4. ตีไข่ขาวให้ขึ้น ใส่น้ำมะนาว ใส่น้ำตาลส่วนที่ 2 คือ จำนวน 6 ช้อนโต๊ะ ทีละน้อย ตีจนไข่แข็งตั้งยอดได้
5. เทส่วนผสมที่ทำไว้แล้วในข้อ 3 ลงในไข่ขาวในข้อ 4 ค่อยๆ คนเบาๆ ให้เข้ากัน แล้วเทลงในพิมพ์คัสตาร์ด ซึ่งพิมพ์ที่เลือกใช้ต้องใช้พิมพ์หนาก้นเรียบ
6. วางพิมพ์ลึกลงในเตาก่อน แล้วเทน้ำร้อนเดือดจากกาลงในพิมพ์ลึก แล้วค่อยวางพิมพ์เค้กซ้อนลงไป วิธีนี้เพื่อให้ปลอดภัย ต่อจากนั้นก็อบไฟร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์ จนขนมสุก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 50 นาที จนขนมสุกเหลือง แล้วจึงเอาออกจากเตา วางบนตะแกรงปล่อยไว้ประมาณ 10 นาที ค่อยๆ แซะโดยรอบแล้วคว่ำขนมลงในถาดที่พอดีกับพิมพ์ขนม ต้องระวังมิฉะนั้นอาจจะแตกได้ ตัดเบเกอรี่สูตรคัสตาร์ดชิฟฟอนเค้กออกเป็นชิ้นๆ เสิร์ฟเป็นอาหารว่าง

7.10.2555

เบเกอรี่สูตรไอริช ที เบรค


ส่วนผสม
1. ชาผง 1 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำ 1 ถ้วย
3. ผิวส้ม 1/4 ถ้วย
4. เชอร์รี่เชื่อม 1/2 ถ้วย
5. ลูกเกด 1 ถ้วย
6. น้ำตาลสีรำอ่อน  ร่อน 1 ครั้ง  1 ถ้วย
7. ไข่ 1ฟอง
8. แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 1 ถ้วย
9. ผงฟู 2 ช้อนชา
10. เกลือ 1/8 ช้อนชา
12. น้ำผื้ง 1 ช้อนใต๊ะ

วิธีทำ
1.ผสมชากับน้ำ 1 ถ้วยเข้าด้วยกัน ใส่ผิวส้ม เชอร์รี่ ลูกเกด และน้ำตาลสีรำเข้าด้วยกัน ใส่น้ำผึ้ง คนให้ทั่ว ใส่หม้อปิดฝาปล่อยไว้ ตีไข่ให้เข้ากันใส่ลงในผลไม้
2. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน ใส่แป้งลงในอ่าง ผลไม้ คนพอเข้ากัน
3. ปูพิมพ์ขนาด 6x8 นิ้ว ด้วยกระดาษลอกลาย ทาไขมันบาง ๆให้ทั่ว ใส่ขนมลงในพิมพ์ อบไฟ 325 องศา
ฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40-50 นาที หรือจนกว่าขนมสุกขอบหลุดจากพิมพ์ เอาออกจากเตา ปล่อยไว้ 10 นาที จึงเอาออกจากพิมพ์ เอากระดาษออก ตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟ

เคล็ดไม่ลับ
เบเกอรี่สูตรไอริช ที เบรกนั้น เมื่อเค้กสุก ถ้าเอาออกจากพิมพ์ทันที เค้กจะเหี่ยวยุบมาก
เบเกอรี่สูตรไอริช ที เบรค


7.08.2555

เบเกอรี่สูตรเค้กกาแฟหน้าครีมโมค่าอัลมอนด์

ส่วนผสม
แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 2  1/2 ถ้วย
เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
กาแฟผงสำเร็จ 1/2 ถ้วย
เกลือ 1 ข้อนชา
น้ำตาลทรายป่น  1/3 ถ้วย
ไข่ (แยกไข่แดง ไข่ขาว) 3 ฟอง
นมเปรี้ยว  1 1/3  ถ้วย
(วิธีทำนมเปรี้ยว นม  1 1/3  ถ้วย ใส่น้ำส้มสายชู  1 1/2 ช้อนโต๊ะ)
วานิลลา 1 ช้อนชา
เนย  ¾  ถ้วย

วิธีทำ
1. รอนแป้ง เบกกิ้ง โซดา เกลือ กาแฟเข้าด้วยกัน 3 ครั้ง
2. คนเนยพอนุ่ม ใส่น้ำตาลทีละน้อย (ใช้น้ำตาล1 ถ้วย) คนจนเป็นครีม จนน้ำตาลหมดถ้วย
3.คนไข่แดงกับวานิลลาเข้าด้วยกัน ใส่ลงในครีมคนให้ทั่ว ใส่แป้งลงในส่วนผสมทีละน้อยโดยใส่สลับกับนมเปรี้ยว จนแป้งและนมเปรี้ยวหมด
4. ตีไข่ขาวกับน้ำตาลที่แบ่งไว้ 1/3 ถ้วย ให้ขึ้นฟู ผสมลงในเเป้ง คนตะล่อมเบาๆพอเข้ากัน
5. ปูกระดาษลอกลายลงในพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว ทาไขมันบางๆให้ทั่วพิมพ์ ตักส่วนผสมใส่ เขี่ยด้วยส้อมให้ทั่วเพื่อไล่อากาศ วางพิมพ์ลงบนถาดตื้นอบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 45 นาที หรือจนสุกจึงเอาออกจากเตา วางบนตะแกรงปล่อยให้เย็นเอากระดาษปูพื้นออก แต่งด้วยโมค่าครีมโรยด้วยอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล เบเกอรี่สูตรนี้ก็เสร็จเรียบร้อย 

ส่วนผสมโมค่าครีม
เนย 1/2 ถ้วย
น้ำตาลไอชิ่งร่อน 1 ครั้ง  1/2 ถ้วย
วานิลลา 1 ช้อนชา
นม 2 ช้อนชา
โกโก้ชนิดผงละเอียด 1 ช้อนชา
กาแฟผงสำเร็จ 2  ช้อนชา
น้ำอุ่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1.คนเนยให้นุ่ม ใส่น้ำตาลไอซิ่งทีละน้อยให้เข้ากัน
2.ใส่โกโก้ผสมกับกาแฟ (ผสมด้วยน้ำอุ่นก่อน) คนให้เข้ากัน ใส่นมและวานิลลา คนให้ทั่ว แล้วจึงตักครีมป้ายลงบนขนมให้ทั่วอัน โรยด้วยอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล

 วิธีเคลือบน้ำตาล
1. นำอัลมอนด์หรือจะเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็ได้  หั่นหยาบๆ 300 กรัม (ถ้าเป็นอัลมอนด์ต้องไปจัดการเอาเยื่อออกให้หมด  มิฉะนั้นจะขมและต้องอบก่อนเคลือบ )
2. ใส่น้ำตาลทรายลง 1 ถ้วยในกระทะทอง ตั้งไฟ พอน้ำตาลเยิ้มก็ใส่อัลมอนด์หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ คนพอทั่ว ตั้งไฟต่อจนน้ำตาลไหม้เคลือบติดอัลมอนด์หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์
เบเกอรี่สูตรเค้กกาแฟหน้าครีมโมค่าอัลมอนด์

6.26.2555

เบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตราดหน้าด้วยช็อกโกแลต


เบเกอรี่สูตรนี้มีเคล็ดลับนิดหน่อยคือ ต้องให้เค้กเย็นก่อนจึงราดหน้า ถ้าเค้กร้อน หน้าจะบางและไหลเยิ้มไม่ติด อ่างที่ใส่น้ำเย็นกับอ่างที่ใส่หน้าช็อกโกแลต ต้องได้สัดส่วนกัน ถ้าอ่างใบที่ใส่หน้าช็อกโกแลตเล็กมาก  และอ่างใบใส่น้ำเย็นใหญ่เกินไป เมื่อตีจะทำให้ตีไม่สะดวก เพราะอ่างจะแกว่งมาก

ส่วนผสมของเบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตราดหน้าด้วยช็อกโกแลต
1. แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
2. น้ำตาลทรายป่น  1 1/2  ถ้วย
3. เนยหรือมาร์การีน 1/2 ถ้วย
4. เกลือ 1 ช้อนชา
5. โกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ
6. นม 2/3 ถ้วย
7. เบกกิ้งโซดา 1 1/2 ช้อนชา
8. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
9. ไข่ 3 ฟอง
10. วานิลลา 1ช้อนชา

วิธีทำเบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตราดหน้าด้วยช็อกโกแลต
1. ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน
2. คนเนยกับน้ำตาลให้เป็นครีม ใส่ช็อกโกแลต ใส่ไข่ คนให้เข้ากัน ใส่วานิลลา คนจนทั่ว แล้วจึงใส่แป้งสลับกับนมจนหมด
3. ปูพิมพ์วงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 นิ้ว ลึก 1 ½ นิ้ว  ด้วยกระดาษลอกลาย ทาไขมันบางๆ ให้ทั่ว เทขนมลง ½ ของพิมพ์ อบด้วยไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 35 นาที จนกว่าขนมจะสุก เมื่อสุกแล้ว เอาออกจากเตาวางบนตะแกรง ทิ้งให้เย็น 15 นาที จึงเอาออกจากพิมพ์ แล้วราดด้วยช็อกโกแลต

ส่วนผสมหน้าช็อกโกแลต 
น้ำตาลสีรำร่อน 1 ครั้ง 1 ถ้วย
เนย ¼ ถ้วย
โกโก้ชนิดผงละเอียด 3 ½ ช้อนโต๊ะ
วานิลลา 1 ช้อนชา
นมข้นจืด 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันในหม้อ ตั้งไฟอ่อนพอละลาย เพิ่มไฟตั้งต่อไปจนเดือด คอยคนตลอดเวลา หยุดคน เมื่อมีส่วนผสมเหนียวติดพาย ตั้งต่อไปอีก 3 นาที ยกออกจากเตาปล่อยให้เย็น เทใส่อ่างผสม วางอ่างลงในอ่างน้ำเย็น ตีจนแข็ง โดยยกไม้ตีขึ้น ถ้าหน้าช็อกโกแลตไหลช้าๆ เป็นเส้นใหญ่ๆ ก็ใช้ได้แล้ว
   เมื่อราดหน้าด้วยช็อกโกแลตลงบนเค้กก็จะได้เบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตราดหน้าด้วยช็อกโกแลตที่แสนอร่อย พร้อมรับประทานกับกาแฟ หรือชา ร้อนๆ 

เบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตราดหน้าด้วยช็อกโกแลต



6.18.2555

เบเกอรี่สูตรเค้กน้ำผึ้ง


เบเกอรี่สูตรนี้มีเคล็ดลับนิดหน่อยคือ น้ำผึ้งต้องทำให้คลายความเหนียว โดยวางอ่างน้ำผึ้งลงในอ่าง น้ำร้อน ถ้าไม่คลายความเหนียว จะตีไม่ขึ้นและจะเข้ากับไข่ยาก ไข่ต้องตีให้เข้าด้วยกันก่อน

ส่วนผสมของเบเกอรี่
น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
ไข่ตีจนขึ้น 4 ฟอง
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 1 ¾  ถ้วย
ผงฟู  1  ช้อนชา

วิธีทำเบเกอรี่สูตรเค้กน้ำผึ้ง 
1.ใส่น้ำผึ้งลงในอ่างใบเล็ก วางอ่างลงในน้ำเดือดคนให้น้ำผึ้งคลายตัวไม่เหนียว
2.ยกออกจากอ่าง ตีให้ฟู ใส่ไข่ตีให้เข้ากัน โดยใส่ไข่ทีละน้อย
3.ร่อนแป้ง ผงฟู เข้าด้วยกัน ใส่ลงในส่วนผสมข้อ 2
4. ปูพิมพ์สี่เหลี่ยม ด้วยกระดาษลอกลาย ทาไขมันบางๆ ให้ทั่ว เทขนมใส่ลงในพิมพ์ อบด้วยไฟ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 25นาที จนกว่าขนมจะสุก สังเกตดู โดยใช้ไม้จิ้มตรงกลางขนม ดึงไม้ขึ้น ถ้าไม่ติดไม้เป็นใช้ได้
เบเกอรี่สูตรเค้กน้ำผึ้ง




6.06.2555

สูตรเบเกอรี่ Coconut Brownie


สูตรเบเกอรี่ Coconut Brownieเบเกอรี่สูตรนี้เป็นบราวนี่ที่มีความแปลกใหม่ หวานกรอบกับท๊อปปิ้งมะพร้าว และขมเล็กน้อยด้วยโกโก้อย่างดี

ส่วนผสมเบเกอรี่สูตร Coconut Brownie
แป้งเค้ก 285 กรัม
ผงโกโก้ 40 กรัม
เนยสดชนิดเค็ม 350 กรัม
น้ำตาลทราย 350 กรัม
ไข่ไก่ 290 กรัม
ดาร์กช็อกโกแลต 235 กรัม
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบสุกบดหยาบ 200 กรัม
วิธีทำ
1.ร่อนแป้งเค้กกับผงโกโก้
2. ตุ๋นดาร์กช็อกโกแลตบนน้ำร้อนจนละลาย ยกลง  พักไว้ให้เย็น
3. ตีเนยสดกับน้ำตาลทรายด้วยหัวตีใบไม้จนขึ้นฟูเล็กน้อย ค่อยๆ ใส่ไข่ไก่ทีละฟองจนหมดพอเข้ากัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ลงผสมจนเข้ากัน จากนั้นใส่ดาร์กช๊อกโกแลตตุ๋นและเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ผสมพอเข้ากัน
4. ตักส่วนผสมที่ได้ใส่พิมพ์ประมาณ 1/4 ของพิมพ์ ตามด้วย cocount topping ระมาณ 1/2 ของพิมพ์ ลงบนเนื้อบราวนี่ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20-25 นาทีหรือจนสุก
จึงนำออกจากเตาอบ แซะออกจากพิมพ์ พักไว้ให้เย็นสนิท

ส่วนผสม coconut Topping
มะพร้าวอบแห้ง 250 กรัม
น้ำตาลทราย 350 กรัม
ไข่ขาว 200 กรัม
เนยสดชนิดเค็มละลาย 50 กรัม

วิธีทำ coconut Topping
นำมะพร้าวอบแห้งกับน้ำตาลทรายใส่อ่างผสม ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ  พร้อมใส่เนยสดละลายลงผสม ตามด้วยไข่ขาว คนจนน้ำตาลทรายละลายพักไว้ให้เย็น พออุ่น ๆ ตักใส่พิมพ์ที่รองด้วยเนื้อบราวนี่

5.08.2555

เบเกอรี่ สูตรเค้กมะนาว


เค้กมะนาว

เบเกอรี่ สูตรเค้กมะนาวนี้แนะนำให้ใช้มะนาวที่เปลือกสีเขียวและสด เพื่อให้น้ำมะนาวที่ได้มีกลิ่นหอม

ส่วนผสมเบเกอรี่ เค้กมะนาว
ผิวมะนาวขูด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
เนย 3/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย
ไข่ 3 ฟอง
ผงฟู 2 ช้อนชา
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
แป้งขาวโพด 1 ถ้วย
นม 1/2  ถ้วย
เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำเบเกอรี่ เค้กมะนาว
1. คนเนยให้นุ่ม ใส่น้ำตาลทีละน้อย คนจนเป็นครีมใส่ไข่ คนให้เข้ากัน ใส่น้ำมะนาว คนให้ทั่ว
2. ร่อนแป้งสาลี แป้งข้าวโพด ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน
3. ใส่แป้งลงในครีมทีละน้อยคนเบาๆ พอทั่วโดยใส่แป้งทีละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วจึงใส่นมทีละ 1 ช้อนโต๊ะ สลับกับแป้งจนหมด จึงใส่ผิวมะนาว คนให้ทั่ว
4. ปูพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว ด้วยกระดาษลอกลาย ทาไขมันบางๆ ให้ทั่ว เทขนมใส่ลงในพิมพ์ อบด้วยไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 45 นาที จนกว่าขนมจะสุก สังเกตดู ถ้าขอบขนมหลุดจากพิมพ์เป็นใช้ได้ ต่อจากนั้นให้เอาขนมออกจากเตา คว่ำขนมลงบนตะแกรง ดึงกระดาษไขออก วางบนตะแกรงปล่อยให้เย็น พร้อมเสิร์ฟ


4.05.2555

สูตรเบเกอรี่ เค้กลูกเกด

เค้กลูกเกด
เค้กลูกเกดนี้เป็นเบเกอรี่อีกสูตรนึงที่นิยมทาน และสามารถทำขายได้ ซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำมีดังต่อไปนี้

ส่วนผสมสูตรเบเกอรี่ เค้กลูกเกด
ลูกเกด 1 ถ้วย
น้ำตาลสีรำ ¾ ถ้วย
เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
มาร์การีนหรือเนย ¼ ถ้วย
ผิวมะนาวขูด 1 ช้อนชา
น้ำต้มเดือด 1 ถ้วย
แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
ไข่ 1 ฟอง
ลูกจันทน์ป่น ¼ ช้อนชา
เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วหั่นหยาบ ½ ถ้วย

วิธีทำเบเกอรี่ เค้กลูกเกด
1. ละลายเนยกับน้ำร้อน น้ำร้อนที่ใช้ละลายเนยนั้นเมื่อยกลงจากเตาให้ใช้ทันที น้ำจึงจะเข้ากันกับเนยได้ดี
แล้วปล่อยให้เย็น ร่อนแป้ง เบกกิ้งโซดา ลูกจันทน์ป่นเข้าด้วยกัน
2. ผสมลูกเกดกับน้ำตาลสีรำเข้าด้วยกัน ใส่เนยละลายคนให้เข้ากัน ใส่ไข่ ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ คนให้ทั่ว ใส่ผิวมะนาว คนให้เข้ากัน ใส่แป้งคนตะล่อมให้เข้ากัน
3. ทาพิมพ์ทรงกระบอก(กระป๋องนมผงทรงกระบอกแบบสูง)โดยปูก้นพิมพ์ด้วยกระดาษไขก่อน แล้วจึงทาพิมพ์ให้บางๆ ด้วยเนยขาว ตักขนมใส่ลงในพิมพ์ให้ได้ 2 พิมพ์ อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 45 นาที จนสุกเหลืองขอบหลุดจากพิมพ์ ปล่อยไว้ 5 นาที จึงเอาออกจากพิมพ์ เมื่อจะเสิร์ฟหั่นเป็นแว่นๆ ใช้เป็นอาหารน้ำชา



3.20.2555

เค้กหน้าครีมรัมหรือหน้าไอซิ่งเหล้ารัม

สูตรเบเกอรี่ วันนี้เป็นเค้กซึ่งมี 2 หน้าให้เลือกแต่งได้ คือ หน้าครีมรัม หรือหน้าไอซิ่งเหล้ารัม ซึ่งมีเคล็ดลับเล็กน้อย คือ หน้าครีมรัม ต้องใส่เนย หลังจากที่ส่วนผสมข้นและต้องยกลงจากเตาแล้ว ถ้าใส่เนยก่อนยกลงจากเตา ส่วนผสมจะเหลวจนเกินไป เพราะเนยจะแยกชั้น และเมื่อผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว ต้องปิดฝาทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อให้ส่วนผสมข้น

ส่วนผสมตัวเค้ก
เนย ½ ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น ½ ถ้วย
แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 1 ถ้วย
ผงฟู 1 ช้อนชา
ไข่ตีให้เข้ากัน 2 ฟอง
เกลือ ¼ ช้อนชา
วิธีทำตัวเค้ก
1. คนเนยพอนุ่มแล้วใส่น้ำตาลทีละน้อย คนจนเป็นครีมใส่ไข่คนพอเข้ากัน ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน แล้วใส่ลงในครีมคนเบาๆ พอเข้ากัน
2. ปูพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว หรือจะใช้พิมพ์ขนมปังก็ได้ ทาไขมันบางๆ ให้ทั่วพิมพ์ ตักขนมใส่พิมพ์ ใช้ด้ามช้อนคนให้ถึงก้นพิมพ์ 2-3 ครั้ง เพื่อไล่อากาศ อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20 นาที หรือจนขนมสุกเหลือง ขอบหลุดจากพิมพ์ จึงเอาขนมออกจากเตา เอากระดาษไขออก กลับหน้าขึ้น พอเย็นจึงแต่งหน้า ซึ่งหน้าที่เสนอนั้นมีสองหน้าให้เลือกแต่งได้ตามใจชอบ

หน้าครีมรัม
ส่วนผสมหน้าครีมรัม
น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
แป้งข้าวโพด 1/2 ถ้วย
เกลือ ¼ ช้อนชา
เนยนุ่มๆ 1 ช้อนโต๊ะ
นม ¾ ถ้วย
เหล้ารัม 1 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นรัม 1 ช้อนชา

วิธีทำหน้าครีมรัม
ผสมแป้ง น้ำตาล เกลือ นมเข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน คนด้วยพายไม้จนข้นและติดพาย ยกลง ใส่เนยและเหล้ารัมตีให้เข้ากัน ใส่กลิ่นรัม ตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทออกใส่อ่าง ปิดฝาอย่าให้ถูกอากาศ ทิ้งไว้ให้เย็น (แช่เย็นสักพักพอแข็งตัว) จึงใช้ราดหน้าเค้ก โดยวิธีตักราดใช้พายยางหรือ spatula เกลี่ยหน้าตามชอบ

หน้าไอซิ่งเหล้ารัม
น้ำตาลไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง 3 1/2 ถ้วย
เนย 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหน้าไอซิ่งเหล้ารัม
คนเนยพอนุ่ม ใส่น้ำตาลไอซิ่งทีละน้อย คนจนเข้ากัน เป็นครีม ใส่น้ำเย็นคนให้ทั่ว ใส่เหล้ารัมและกลิ่นรัมคนให้ทั่ว จึงใช้ราดหน้าเค้ก โดยวิธีตักราดใช้พายยางหรือ spatula เกลี่ยหน้าตามชอบ
เค้กหน้าครีมรัมหรือหน้าไอซิ่งเหล้ารัม


10.21.2554

สิ่งที่ควรพัฒนาทางด้านการตลาดสำหรับธุรกิจเบเกอรี่

การทำร้านหรือธุรกิจเบเกอรี่ ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตแล้วางขายเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับด้านการตลาดอีกด้วย ได้แก่

1. สร้างรูปแบบใหม่ๆ
อย่าจำเจกับขนมและบรรจุภัณฑ์เดิมๆ เพื่อให้ลูกค้าชื่นชอบกับความแปลกใหม่ และความแตกต่าง แม้ว่าสูตรทั่วๆไปของเบเกอรี่จะไม่ต่างกัน

2. เน้นความสวยงามสำหรับทุกเทศกาล
นอกเหนือจากความอร่อยแล้วความสวยงามของตัวขนมและบรรจุภัณฑ์ยัง เป็นส่วนประกอบสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การเลือกซื้อขนมที่มีบรรจุภัณฑ์สวยงามสำหรับมอบให้แก่กันในเทศกาลต่างๆ ชวยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดของคุณได้

3. ระมัดระวังเรื่องคุณภาพของเบเกอรี่
อายุของเบเกอรี่แต่ละชนิดนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ความสดใหม่ของขนมเท่านั้นที่จะทำให้ลูกค้าติดใจและชื่นชอบในสินค้าของเรา การเน้นคุณภาพและมีความซื่อสัตย์ใน
การทำธุรกิจโดยไม่นำของเก่ามาขายซ้ำจะทำให้ลูกค้าประทับใจเบเกอรี่ของเรา และจะทำให้เรามีลูกค้าประจำ อย่าหวังเพียงแค่การขายให้แกก่ลูกค้าขาจรเท่านั้น

4. ควบคุมขั้นตอนการผลิต
เพื่อให้เบอเกอรี่ที่ได้มีมาตรฐานเหมือนกัน หากไม่ผ่านการตลาดสอบคุณภาพแล้ว ไม่ควรเสียดาย ควรทิ้งหรือกำจัดให้หมด เพราะถ้าเรานำไปขายก็อาจจะทำให้เสียลูกค้าได้

5. ตั้งราคาขายที่เหมาะสม
ตั้งให้เหมาะกับต้นทุนการผลิต อย่าหวังกำไรสูงเกินไป ดูให้เหมาะสมพอดีกับจำนวนสินค้า คุณภาพสินค้า

6. การโฆษณาประชาสัมพันธ์
การที่จะให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วไปผ่านทางระบบปากต่อปากอาจจะช้าเกินไป เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์ โฆษณา ซึ่งมีหลายรูปแบบให้แต่ละคนเลือก เช่น ลงโฆษณากับนิตยสาร บิลด์บอร์ด โบร์ชัวร์ หรืออาจลงผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้ ซึ่งมีทั้งแบบจ่ายรายเดือน รายปี หรือฟรี ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะเลือกแบบไหน ถ้าใครมีความสามารถในการทำเว็บไซต์ก็อาจทำ SEO เองเลยก็ได้ หรือจะจ้างผู้ที่มีความสามารถทำให้เพื่อให้เว็บเบเกอรี่ของเราขึ้นอันดับต้นๆ ของการค้นหาในคีย์เวิร์ดที่เราต้องการ

10.17.2554

เงินลงทุนโดยประมาณสำหรับธุรกิจเบเกอรี่

ต้นทุนที่ใช้ในสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านเบเกอรี่ จำเป็นต้องใช้เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปด้วยดี ซึ่งต้นทุนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1. ต้นทุนคงที่ 2. ต้นทุนผันแปร

1. ต้นทุนคงที่
เป็นต้นทุนสำหรับการซื้อเครื่องมือ ซึ่งในกรณีนี้หมายถึง เตาอบ เครื่องผสมแป้งและส่วนผสมอื่นๆ ตลอดจนถึงเครื่องใช้ไม้สอยทั้งหลาย บางชนิดอย่างเช่นเตาอบหรือเครื่องผสมอาหารอาจมีราคาแพง โดยเฉพาะหากเป็นลนค้าเกรดเอหรือแบรนด์ดัง คุณภาพสูงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ก็จะยิ่งมีราคาสูงมากขึ้น คุณภาพก็ดีตามไปด้วย อายุการใช้งานก็จะยาวนานกว่าสินค้าระดับล่างที่เน้นให้ราคาถูกไว้ก่อน แต่อายุการใช้งานก็น้อยตามไปด้วย

2. ต้นทุนผันแปร
เป็นต้นทุนที่ใช้สำหรับการซื้อวัตถุดิบต่างๆ เช่น แป้ง น้ำตาล เนย เป็นต้น สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ต้องซื้อใหม่อย่างสม่ำเสมอ ต้นทุนสินค้าพวกนี้จะผันแปรไปตามราคาตลาดแต่ถ้าเราซื้อสินค้าในจำนวนมากๆ ก็สามารถต่อรองราคาได้ แต่อย่าลืมว่าถ้าเน้นให้ราคาถูกไว้ก่อน คุณภาพสินค้าก็อาจจะต่ำไปด้วยก็ได้

อย่างไรก็ตาม เรามีราคาประมาณการขั้นต้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจประกอบธุรกิจเบเกอรี่พิจารณา
(ราคาเมื่อปี 2551)

ราคาโดยประมาณกลุ่มวัตถุดิบสำหรับการเปิดร้านเบเกอรี่
แป้งขนมปัง 1 กิโลกรัม / 35 บาท
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 กิโลกรัม / 32 บาท
แป้งท้าวยายม่อม 1 กิโลกรัม /30 บาท
แป้งเค้ก 1 กิโลกรัม /45 บาท
แป้งข้าวโพด 1 กิโลกรัม / 38 บาท
แป้งคัสตาร์ด 300 กรัม / 36 บาท
น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม / 23 บาท
น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม / 23 บาท
น้ำตาลกรวดแดง 350 กรัม / 22 บาท
น้ำตาลกรวดขาว 500 กรัม / 30 บาท
น้ำตาลไอซิ่ง 400 กรัม / 18 บาท
เกลือ 500 กรัม / 5 บาท
น้ำผึ้ง 565 มิลลิลิตร / 175 บาท
นมข้นหวาน 388 กรัม / 20 บาท
นมข้นจืด 405 กรัม / 22 บาท
นมสด 2 ลิตร / 80 บาท
นมผง 1200 กรัม / 245 บาท
นมเปรี้ยว 800 มิลลิลิตร / 40 บาท
เนยสด (ทั้งชนิดเค็มและจืด) 227 กรัม / 75 บาท
มาร์การีน 2 กิโลกรัม / 224 กรัม
วิปปิ้งครีม 946 มิลลิลิตร / 130 บาท
โยเกิร์ต 150 กรัม / 50 บาท
ครีมชีส 250 กรัม / 105 บาท
ไข์ใก่ 20 ฟอง / 75 บาท
ไข่เป็ด 6 ฟอง /35 บาท
ไข่เค็ม (เฉพาะไข่แดง) 12 ฟอง / 25 บาท
หมูหย็อง 390 กรัม / 185 บาท
ไส้กรอก (แบบสั้น) 15 บาท/ 1 ขีด
(แบบยาว) 20 บาท /1 ขีด
ช็อกโกแลตแท่ง 113 กรัม / 88 บาท
ช็อกโกแลตชิป 340 กรัม/ 190 บาท
ช็อกโกแลตท็อปปิ้ง 340 กรัม / 77 บาท
สตรอว์เบอร์รี่ท็อปปิ้ง 580 กรัม / 65 บาท
โกโก้ผง 500 กรัม / 103 บาท
ครีมออฟทาร์ทาร์ 50 กรัม / 37 บาท
อัลมอนต์ 150 กรัม / 90 บาท
ลูกเกด 1 กิโลกรัม / 90 บาท
มะม่วงหิมพานต์ 500 กรัม 190 บาท
ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม / 40 บาท
ถั่วแดง 1 กิโลกรัม / 50 บาท
กะทิสำเร็จรูป 1 กิโลกรัม / 40 บาท
กล้วยตาก 270 กรัม / 40 บาท
เจลาติน (แบบแผนและผง) 22 กรัม / 42 บาท
ผงฟู 400 กรัม / 44 บาท
ยีสต์ (แท่ง) 34 กรัม / 32 บาท
(ผง) 500 กรัม / 163 บาท
น้ำพริกเผา 465 กรัม / 90 บาท
สารแต่งกลิ่นและสี 15 บาท / 30 มิลลิลิตร


ราคาโดยประมาณกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการเปิดร้านเบอเกอรี่
เครื่องผสมแป้ง 17,000 บาท / เครื่อง
เตาอบ (ขนาดกลาง 2 ชั้น) 20,000 บาท / เครื่อง
(ขนาดเล็ก 1 ชั้น) 2,500 บาท / เครื่อง
(ขนาดเล็ก 2 ชั้น) 3500 บาท/เครื่อง
ถ้วยตวงของแห้ง (อะลูมิเนียม) 160 บาท/ชุด (พลาสติก) 15 บาท 1 ชุด
ถ้วยตวงน้ำ (แก้ว) ความจุ 250 มิลลิลิตร / 380 บาท
(พลาสติก) ความจุ 300 มิลลิลิตร /60 บาท
ช้อนตวง 25 บาท / ชุด
ตราชั่ง 450 บาท / เครื่อง
เทอร์โมมิเตอร์ 120 บาท / แท่ง
พายไม้ 60 บาท / อัน
พายพลาสติก 25 บาท / อัน
เครื่องตีไข่ 70 บาท/อัน
ที่ร่อนแป้ง กว้าง 21 ซม. 215 บาท/อัน
ไม้คลึงแป้ง ยาว 9 นิ้ว 90 บาท/อัน
ผ้าขาวบาง ขนาด 50*58 ซม. 19 บาท/ผืน
อ่างผสมแป้ง ขนาด 36 ซม. 95 บาท/ใบ
ตะแกรงพักอาหารทอด 90 บาท/อัน
ที่ตัดเนย 80 บาท/อัน
ลูกกลิ้งตัดแป้ง 55 บาท/อัน
มีดฟันเลื่อย 100 บาท/เล่ม
แปรงทาเนย 85 บาท/ด้าม
ที่ตักเค้ก 90 บาท/อัน
ที่ปาดหน้าเค้ก 60 บาท/อัน
กระดาษฟรอยด์ ขนาด 12*25 ฟุต 49บาท/ม้วน
ฟิล์มใส ขนาด 30*30 ซม. 49 บาท/อัน
พิมพ์คุกกี้ แบบกด 60 บาท/ 2 พิมพ์
พิมพ์เค้ก ความจุ 1 ปอนด์ 90 บาท /พิมพ์
หลอดแต่งหน้าเค้ก 100 บาท/หลอด

ประมาณการต้นทุนคงที่ (ส่วนของอุปกรณ์เครื่องมือโดยประมาณ)
เครื่องผสมแป้ง 17,000 บาท
เตาอบ 20,000 บาท
อุปกรณ์อื่นๆ ประมาณ 2,000 บาท
รวม 39,000 บาท
คิดโดยประมาณ = 40,000 บาท

สำหรับต้นทุนวัตถุดิบนั้น สามารถคิดแยกส่วนตามแต่ชนิดเบเกอรี่ที่จะเลือกผลิต ซึ่งก็แล้วแต่บุคคลว่าจะผลิตขนมอะไรออกมาขาย ซึ่งจะต้องศึกษาตลาดผู้บริโภคให้ดีเสียก่อน ดังที่ได้กล่าวมาในบทความอื่นๆ ที่แล้วมา