10.13.2554

การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่

ก่อนที่จะลงทุนในธุรกิจใดๆ ก็จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ลงทุนต้องพิจารณาถึงความพร้อมก่อนการลงทุน ซึ่งได้แก่
1. เงินทุน
สำคัญเป็นอันดับหนึ่งก็เพราะเงินลงทุนคือปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมแตกต่างกันไปตามรูปแบบของธุรกิจว่าต้องการให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็ต้องวิเคราะห์และพิจารณาตามกำลังของตัวอง เพราะด้วยทั่วไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นหนักไปที่วัสดุปกรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนคงที่ และจะให้ผลตอบแทนกลับมาภายในเวลาไม่นาน ดังนั้นควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่คุณภาพดี มีการรับประกัน แม้จะราคาสูงแต่มั่นใจได้ถึงคุณภาพ
ส่วนต้นทุนอีกอย่างทีเรียกกันว่าต้นทุนแปรผันแปร เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงได้ ถือว่าเหล่านี้เป็นเงินทุนที่ผู้ลงทุนเองต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเงินลงทุนสามารถหมุนเวียนได้อย่างไม่ติดขัด

2. ความรู้ความเชี่ยวชาญ
จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมาก เพราะควรเรียนรู้ถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และวัตถุดิบทุกอย่างสำหรับการทำเบเกอรี่ ควรเรียนรู้ว่าแป้งมีกี่ชนิด น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆ มีคุณสมบัติอย่างไรใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่แต่ละชนิดเพื่ออะไร นอกจากนี้ยังต้องฝึกฝนและเชี่ยวชาญในการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมคุณภาพและรสชาติได้ เพื่อให้ขนมที่ผลิตมีคุณภาพและรสชาติที่เหมือนกัน

ปัจจุบันนี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรีมากมาย เราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามต้องการ ทั้งยังสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่สนใจได้ ซึ่งส่วนใหญ่แม้เขาเรียนเพียงคอร์สเดียวก็สามารถนำมาปรับใช้และทำขายได้ทันที รวมทั้งการเรียนรู้สูตรและวิธีการทำจากเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนกับโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ

3. ศึกษาตลาดและคู่แข่ง
ผู้ผลิตควรศึกษาถึงสภาวะการตลาดเพื่อการทำความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจของเรา ควรศึกษาว่ากาตลาดเบเกอรี่ในช่วงนั้นๆ เป็นอย่างไร มีกลุ่มคู่แข่งจำนวนประมาณกี่ราย และแต่ละรายมีข้อเด่นข้อด้อยอะไรบ้าง และเราต้องหาจุดแข็งของเรา และปรับกลยุทธ์เพื่อให้สู้กับคู่แข่งให้ได้ การ มองหา ร้านค้าสำหรับฝากขายมีความสำคัญมากในการที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราก้าวไปข้างหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านที่เห็นควรให้ความสนใจคือร้านที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการเคลื่อนไหวของจำนวนลูกค้าและหมุนเวียนสินค้าตลอดทั้งวัน และทางร้านมีแนวโน้มที่จะช่วยนำเสนอสินค้าของเรา เพื่อไม่ให้สินค้าของเราถูกกักไว้เพื่อรอส่งกลับคืนอย่างเดียว

4. หาแหล่งวัตถุดิบที่เหมาะสมทั้งเรื่องราคาและคุณภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่มีราคาถูกกว่าซื้อตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป และก็ยังคงได้อุปกรณ์ในการทำเบเกอรี่อย่างครบถ้วน


10.09.2554

รูปแบบของการทำธุรกิจเบเกอรี่

ในบทความนี้เราจะพูดถึงรูปแบบของการทำธุรกิจเบเกอรี่ที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งเป็นรูปแบบที่เราเลือกเองโดยวิเคราะห์ถึงวิธีการ ลักษณะ และความพร้อมของตัวเอง
โดยรวมแล้ว รูปแบบของเบเกอรี่โฮมเมดที่เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบันมีดังนี้
1. มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง
คำว่า “หน้าร้าน” ในที่นี้ ด้วยรูปแบบของเบเกอรี่โฮมเมดแล้ว อาจไม่ได้หมาย
ความถึงร้านบเกอรี่ขนาดใหญ่ แตเป็นร้านค้าอะไรก็ได้ที่ผู้ประกอบการอาจมีอยู่แล้ว เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านยา

รูปแบบของการทำธุรกิจเช่นนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะเราสามารถขายสินค้าได้เต็มราคาไม่ต้องโดนหักส่วนแบ่งเหมือนการนำไปฝากขาย สามารถผลิตขนมได้ตามความต้องการและวางขายได้เป็นจำนวน ตามที่จะมีความสามารถผลิตได้ แต่ต้องเลือกพื้นที่ขายให้โดดเด่ดชัดเจน ไม่ขวางทางแต่ต้องสะดุดตา และการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามก็เป็นเรื่องที่ควรเอาใจใส่ด้วย
2. การฝากขาย
การขายแบบนี้แทบไม่ต้องมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง เพราะในรูปแบบ “ฝากขาย” ก็คือการนำสินค้าไปฝากไว้กับร้านค้าอื่นๆ เพื่อให้ขายแทนเรา โดยมีการแบ่งปันผลประโยชน์กันตามที่ตกลงกัน หรือที่เรียกว่าการแบ่งเปอร์เซ็นต์นั่นเอง
การฝากขายนั้น ในระยะเริ่มต้นผู้ประกอบการต้องให้ความเอาใจใส่ที่ค่อนข้างมากในการสำรวจพื้นที่หรือร้านค้าต่างๆ ที่เราเห็นว่าเหมาะสมที่จะรับฝากขายสินค้าของเรา เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายเครื่องดื่ม ร้านไอศกรีม ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านอาหารอื่นๆ ภายในสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สถานที่ราชการต่างๆ ข้อดีคือ เราไม่ต้องบริหารร้าน แต่ทำหน้าที่ผลิตอย่างเดียว
ในกรณีที่เราพบร้านเป้าหมายแล้ว การเข้าไปเจรจาพูดคัยเพื่อตกลงทำธุรกิจเป็นสิ่งที่ต้องทำทันที แต่ก่อนอื่น เราต้องมั่นใจว่าสินค้าของเรานั้นพร้อมทุกด้าน ทั้งเรื่องรสชาติ บรรจุภัณฑ์ ชื่อสินค้า ราคา และกำลังการผลิตที่้ต้องตอบสนองความต้องการจากลูกค้าได้ทันที ส่วนเรื่องราคาส่งนั้น ต้องบวกกำไร ต้นทุนต่างๆ ให้เรียบร้อย และร้านก็จะรับไปตั้งราคาขายอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเค้าจะบวกกำไรต่างหาก แต่เราอย่าลืมเจรจาราคาที่จะขายให้กับลูกค้าจริงๆ เพื่อไม่ให้ขนมนั้นมีราคาแพงเกินไป ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

3. ทำตามสั่ง
การผลิตเบเกอรีตามสั่งหรือตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าต้องการก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดที่พบมาก ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่สินค้าของเราเป็นที่รู้จักแล้ว จึงมียอดการส่งซื้อเข้ามา ส่วนใหญ่มักผลิตส่งตามร้านกาแฟ หรืองานจัดเลี้ยง งานประชุมสัมมนาต่างๆ ข้อดีของธุรกิจฟูแบบนี้คีอ ไม่มีของเหลือ ไม่ต้องรับสินค้ากลับคืน เพราะส่วนใหญ่เป็นในลักษณะขายขาดแเละทำตามปริมาณที่สั่ง แต่ข้อเสียคือ หากสินค้าไม่ดีจริง ไม่อร่อย ไร้คุณภาพ ยอดการสั่งซื้อย่อมลดลง และอาจจะไม่มีการสั่งซื้ออีกเลย
เมื่อเราทราบแล้วว่ารูปแบบของธุรกิจการทำเบเกอรี่มีอะไรบ้าง เราก็เลือกที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อให้ผลประกอบการออกมาดีที่สุด

9.16.2554

ตลาดเบเกอรี่

จากการที่นับวันผู้ที่ประกอบอาชีพทำเบเกอรี่จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ เล็ก ซึ่งเราจะแยกประเภทตลาดเบเกอรี่ได้ดังนี้
1. ตลาดเบเกอรี่ระดับบน มักเป็นเบเกอรี่ที่มีราคาแพง มักขายในห้างสรรพสินค้า เน้นความสวยงามของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เป็นสินค้ามียี่ห้อ กลุ่มเป้าหมายมักเป็น นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน คนที่ชอบเดินตามห้าง ราคาเบเกอรี่มักจะแพง ราคาอยู่ที่ 30-60 บาท สินค้าที่อยู่ในตลาดระดับบน ส่วนมากมั้กมีช่องทางการจำหน่ายเป็นหลักแหล่ง นอกจากห้างแล้ว ยังมักมีช๊อปเป็นของตนเอง ลูกค้าเมื่อต้องการสินค้าก็จะเดินเข้าไปซื้อเอง ด้านการประชาสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์มากเพราะว่าผ่านขั้นตอนการสร้างแบรนด์จนเป็นที่รู้จักแล้ว แต่สิ่งที่ตลาดระดับบนมักทำ อาจจะเป็นการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ตามวาระเพื่อกระตุ้นยอดขาย
2. ตลาดเบเกอรี่ระดับกลาง ราคาอาจถูกลงจนเหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชอบรับประทานเบเกอรี่แต่ไม่ได้มีกำลังซื้อมากนัก คุณภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่า เพียงแต่อาจไม่ได้เน้นวางขายในพื้นที่ของห้างหรือเน้นความสวยงามหรูหรามากเท่าเบเกอรี่ในตลาดระดับบน มักกระจายสินค้าไปตามพื้นที่อื่นๆ รวมทั้งในร้านอาหาร ร้านกาแฟ ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 20 - 40 บาทด้วยศักยภาพและปริมาณการซื้อของกลุ่มเป้าหมายที่กระจายอยู่ทั่วไป จึงทำให้ช่องทางการกระจายสินค้าสามารถทำได้อย่างครอบคลุมแเละหลากหลายมากขึ้น เช่น ฝากขายตามร้านของฝากของที่ระลึก ร้านเครื่องดื่ม มินิมาร์ต หรือหากต้องการขยายช่องทางเพิ่ม
ขึ้นผู้ผลิตเองอาจมองหากลุ่มลูกค้าประเภทรับจัดเลี้ยง โรงแรมด้วยก็ได้ โดยอาจเข้าไปเสนอตัวอย่างสินค้าในฐานะซัปพลายเออร์ด้านขนม ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่หากเริ่มต้นได้ ลักษณะพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดระดับนี้ คือ ชอบขนมอร่อย ราคาไม่แพงเกินไป ดังนั้นหากคุณสามารถทำขนมให้มีรสชาติอร่อยถูกปากได้แล้ว กลุ่มลูกค้าก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากเช่นกัน
3. ตลาดเบเกอรี่ระดับล่าง สำหรับเบเกอรี่ที่จัดอยู่ในระดับล่างมักไม่ได้เน้นตราสินค้า บางรายอาจเพียงแค่ใส่ขนมลงในถุงพลาสติกแล้วติดป้ายราคาไว้เท่านั้น หรือก็มีบ้างสำหรับตราสินค้าและเบอร์โทรศัพท์ที่แนบไว้ มักวางขายทั่วไปตั้งแต่ในร้านขายของชำไปจนกระทั่งร้านค้าเล็กๆ ตามท่ารถโดยสาร ราคาไม่แพงเพราะอาจใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ด้อยลงมาเล็กน้อย โดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10 - 30 บาทลักษณะการซื้อขายของสินค้าในตลาดนี้อยู่ที่การเน้นขายจำนวนครั้งละมากๆ มีประเภทของขนมให้เลือกไม่มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องต้นทุนสินค้า ดังนั้นแนวทางการจึงไม่ได้เน้นที่ความหวือหวานหรือสวยงามของรูปร่างหน้าตา หรือความแปลกใหม่ แต่สุดท้ายแล้วผู้ที่คิดจะอยู่ในตลาดนี้ ควรมุ่งเน้นสร้างความพอใจในเชิงปริมาณ และราคาการต่อรองไปยังกลุ่มลูกค้าที่คิดไว้ เช่น ร้านขายส่งทั่วไป

9.12.2554

เบเกอรี่สูตรเค้กกาแฟ

เบเกอรี่สูตรเค้กกาแฟ
เบเกอรี่สูตรนี้ ต้องใช้นมเปรี้ยว เค้กจึงจะนุ่มและขึ้นฟู

ส่วนผสมเบเกอรี่สูตรเค้กกาแฟ
เนย 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1/3 ถ้วย
ไข่ (แยกไข่ขาว ไข่แดง) 3 ฟอง
วานิลลา1 ช้อนขา
แป้งเค้กร่อน1 ครั้ง 2 ½ ถ้วย
เบกกิ้งโซดา 1 /2 ช้อนชา
เกลีอ1 ช้อนชา
กาแฟผงละเอียด 1/4 ถ้วย
นมเปรี้ยว 1 1/3 ถ้วย
(นม 1 1/3 ถ้วย ใส่น้ำส้มสายชู 1 ½ ช้อนโต๊ะ)

1. คนเนยกับน้ำตาลป่น 1 ถ้วยจนเป็นครีม
2. คนไข่แดงกับวานิลลาเข้าด้วยกันใส่ลงในครีม คนให้เข้ากัน
3. ร่อนแป้ง เบกกิ้งใซดา เกลือ กาแฟ เข้าด้วยกัน 3 ครั้ง ผสมแป้งลงในครีมสลับกับนมเปรี้ยวจนหมด
4. ตีไข่ขาวกับน้ำตาล 1/3 ถ้วย เข้าด้วยกันจนขึ้นฟูผสมลงในแป้ง คนเบา ๆ พอเข้ากัน
5. ปูกระดาษไขลงในพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
8 นิ้ว ทาไขมันบาง ๆให้ทั่วพิมพ์ ใส่ส่วนผสม อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 45 นาที หรือจนสุก


8.28.2554

เบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตนมเปรี้ยว

เบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตนมเปรี้ยว
เบเกอรี่วันนี้ขอนำเสนอเค้กช็อกโกแลตนมเปรี้ยว ซึ่งมีทริกเล็กน้อยในการทำหนมเปรี้ยว คือ นมเปรี้ยวนั้นใช้นมข้นจืด 1 ถ้วย ใส่น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้สักครู่จะได้นมเปรี้ยวซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำมีรายละเอียดังต่อไปนี้

ส่วนผสมเบเกอรี่สูตรเค้กช็อกโกแลตนมเปรี้ยว
ช็อกโกแลต 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน1 ครง้ 2 ¼ ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1 ¼ ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนจา
เบกกิ้งโชดา 1ช้อนชา
เนยขาว 1/2 ถ้วย
นมเปรี้ยว 1 ถ้วย
ไข่ 3 ฟอง

1. ร่อนแป้ง เกลือป่น เบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน
2. คนเนยขาวจนนุ่ม ใล่น้ำตาลลคนจนเป็นครีม ใส่ไข่ คนให้เข้ากัน
3. ผสมช็อกโกแลตกับน้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกันใส่ลงในส่วนผสมข้อ 2 คนให้ทั่วใส่แป้งสลับกับนมเปรี้ยวจนหมด
4. ปูพิมพ์รูปสี่เหลี่ยมขนาด 13x9 นิ้ว ด้วยกระดาษลอกลายข้อ 2 ทาไขมันบางๆ ให้ทั่วพิมพ์ ใส่ขนมลงในพิมพ์อบไฟ380 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที จนขนมสุกเอาออกจากเตา

วิธีทำหน้านมเปรี้ยวราดบนเค้ก
ครีมเปรี้ยว (sour cream) 1 ถ้วย
น้ำตาลนไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง ¼ ถ้วย

คนน้ำตาลไอชิ่งกับครีมแปรี้ยวข้าด้วยกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน แช่เย็นสักครู่ แล้วจึงเอาออกมาดักราดบนเค้ก ใช้พายยางป้ายให้หน้าเสมอ แล้วจึงตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม



8.26.2554

เบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาว

เบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาว
เบเกอรี่สูตรรี้เหมาะกับผู้สูงอายุ จึงเหมาะเป็นของขวัญและเยี่ยมไข้ผู้ป่วย

ส่วนผสมเบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาว
แป้งเค้กร่อน 1 ครั้ง 1 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น (ส่วนที 1 ) 3/4 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น (ส่วนที่ 2) 3/4 ถ้วย
ไข่ขาว (ไข่ไก่) (1 1/2 ถ้วย) 12 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
วานิลลา 1 1 /2 ช้อนชา

วิธีทำเบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาว
1. ร่อนแป้งและน้ำตาล 3/4 ถ้วย (ส่วนที่ 1 ) เข้าด้วยกัน 4 ครั้ง
2. ตีไข่ขาวให้ขึ้น ใส่เกลือ ครีมออฟทาร์ทาร์ (จะใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ก็ต่อเมื่อไข่ขาวเริ่มขื้น) ใส่วานิลลาในขณะที่ตีไข่ให้ใส่น้ำตาลครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ(ส่วนที่ 2) จนน้ำตาลหมดและไข่ขาวขึ้นแข็ง จะใช้เวลาประมาณ
15-18 นาที
3. ร่อนแป้งใส่ครั้งละ 1/4 ถ้วย ลงในไข่ขาวที่ตี คนพลิกกลับตะล่อมเบา เพื่อเข้ากันจนแห้งหมด (รวม 4 ครั้ง)
4. เทขนมลงในถาดปล่อง (ถาดกลมที่มีรูตรงกลางtube pan) ขนาด 10 นิ้ว อบไฟ 375 องศาฟาเรนไฮต์ประมาณ 40 นาที จนขนมสุก จึงเอาออกจากเตา วางคว่ำ ลงบนตะแกรงให้ถาดขนมสูงเหนือตะแกรงขึ้นมาประมาณ 2 ซม. (โดยปกติปล่องตรงกลางจะยาวเหนือขอบประมาณ 2 ซม. เป็นอย่างต่ำ ถ้าขอบอยู่ระดับเดียวกันขอบถาดแบบนี้จะมืปีกข้างๆ เพื่อให้วางปีกที่ยื่นออกมาเกยกับก้นแก้วเพื่อยกใน้ถาดสูงเหนือระดับตะแกรง) เพื่อให้ขนมหดตัว เมื่อเย็นและหลุดจากถาดเร็วขึ้น แล้วจึงกลับเอาหน้าขึ้นแต่งหน้าด้วยหน้าน้ำเขื่อม

ส่วนผสมหน้าน้ำเชื่อมสำหรับเบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาว
น้ำตาลทราย 1 3/4 ถ้วย
น้ำ 3/4 ถ้วย
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อน
ไข่ขาว 4 ฟอง

วิธีทำหน้าน้ำเชื่อมสำหรับเบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาว
1.ผสมน้ำตาลกับน้ำ น้ำมะนาว ตั้งไฟพอน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง ตั้งไฟใหม่จนน้ำเชื่อมข้นติดพาย ยก พายดู ถ้าน้ำเชื่อมไหลเป็นสายยาวเป็นใช้ได้ ตีไข่ขาวให้ขึ้น
2.ใส่น้ำเชื่อมทีละน้อยในขณะที่ตีไข่ขึ้นแล้วและน้ำเชื่อมกำลังร้อน ๆจนหมด ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ต่อไปพอเข้ากันก็ใช้ได้
วิธีแต่งหน้าเบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาว
ตักหน้าราดบนขนมตรงส่วนก้น คว่ำหน้าพลิกลง ใช้ spatula ปาดเบา ๆให้ทั่วทั้งด้านบนและข้าง ๆ
เสริ์ฟเบเกอรี่สูตรเค้กไข่ขาวพร้อมกับกาแฟหรือชาร้อนๆ

8.19.2554

เยลโล่เดซี่เค้ก

เยลโล่เดซี่เค้ก
เค้กนี้เป็นเค้กไข่แดง ดังนั้นเค้กไข่แดงจะใช้นมมากว่าเค้กที่ใช้ไข่ทั้งฟอง เพราะไข่แดงมีน้ำน้อยกว่าไข่ขาว เค้กชนิดนี้เนื้อจะแน่นรสชาติเข้มข้น วิธีรับประทานให้อร่อย กินกับเชอร์เบทส้ม โดยตักเชอร์เบทวางข้างบนจะทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น





ส่วนผสมของเยลโล่เดซี่เค้ก
เเป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ถ้วย
เนยหรือมาร์การีน 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น 1 1/2 ถ้วย
ไข่แดง 6 ฟอง
นม 1 ถ้วย
กลิ่นมะนาว 1 ช้อนชา

1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน 3 ครั้ง คนเนยพอนุ่มแล้วใส่น้ำตาลทีละน้อย 2-3 ช้อน ใส่จนเป็นครีมขาวฟูและน้ำตาลหมดใส่ไข่แดงทีละฟองคนพอเข้ากันจึงใส่ฟองต่อไป ทำเช่นนี้จนหมด 6 ฟอง
2. ใส่แป้งลงในครีมทีละน้อย ทีละน้อยคือทีละ 2-3ช้อนโต๊ะ คนตะล่อมเบา ๆจนแป้งเข้ากับครีม จึงใส่นม 2-3 ช้อนโต๊ะ คนแบบเดียวกัน ใส่แป้งสลับกับนมและคนเช่นนี้จนหมดทั้งแป้งและนม ใส่กลิ่นมะนาว
3. ปูกระดาษไขลงในพิมพ์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ทาไขมันบาง ๆให้ทั่ว ตักแป้งที่ผสมลงในถาด ใช้ด้ามช้อนคนไปมา 2-3 ครั้ง เพื่อไล่อากาศ อบไฟที่ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 60 นาที จนขนมสุกเหลืองขอบหลุดจากพิมพ์ จึงเอาออกจากเตา
4. ปล่อยขนมไว้ในพิมพ์ประมาณ 10 นาที จึงเอาออกจากพิมพ์ ตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟกับเครื่องดี่ม หรือรับประทาน
กับไอศกรีม หรือเชอร์เบท