8.19.2554
เยลโล่เดซี่เค้ก
8.07.2554
ยีสต์เค้ก
การทำยีสต์เค้กนั้นมีเคล็ดลับนิดหน่อยคือ ส่วนผสมนม เนย น้ำตาลต้องอุ่นจึงใส่แป้งและยีสต์ได้ ถ้าส่วนผสมนม เนย น้ำตาลร้อน แป้งจะสุกและยีสต์จะตายเมี่อยีสต์ตายขนมจะไม่ขึ้น ทำให้ขนมด้านไม่น่ารับประทาน
ส่วนผสมของยีสต์เค้ก
เนย 1 ถ้วย
ยีสต์ผงละเอียด (lnstant yeast) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
นม 1 ถ้วย
ไข่ตีเข้ากัน 4 ฟอง
แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 2 ถ้วย
เกลือ ¼ ช้อนชา
ลูกเกด 1 ถ้วย
ถั่วลิสงคั่วหั่นหยาบ 1 /8 ถ้วย
น้ำดาลไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำยีสต์เค้ก
1.ละลายเนย นม น้ำตาล เกลือเข้าด้วยกัน โดยตั้งไฟพอน้ำตาลละลาย ยกลงปล่อยให้อุ่น ใส่เเป้ง 1 ถ้วย ใส่ ยีสต์คนพอทั่ว ใส่ไข่ ใส่แป้งที่เหลือทีละ 2-3 ช้อนโต๊ะสลับกับลูกเกิดและถั่วจนหมด คนให้เข้ากันปล่อยให้ขึ้นประมาณครึ่งชั่วใมง (แป้งจะฟื้นฟูเป็น 2 เท่าตัว ลักษณะของแป้งค่อนข้างนุ่มเหลวติดมือ) คนไล่อากาศ 2. เทขนมลงในพิมพ์ขนมปังที่ทาไขมัน ปล่อยให้ขึ้นอีกประมาณ 20 นาที ทาหน้าขนมด้วยนมข้นจืดให้ทั่ว
อบไฟ 350 องคาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุกเป็นสีเหลืองทอง เอาออกจากเตาใช้ที่แซะ แชะขนมโดยรอบพิมพ์ ปล่อยให้เย็น 10 นาที จึงคว่ำพิมพ์ขนมลง เอาขนมออกจากพิมพ์หงายหน้าขึ้นโรยน้ำตาลไอซิ่ง เพียงเท่านี้ก็จะได้ยีสต์เค้กที่อร่อยน่ารับประทานกับน้ำชา หรือกาแฟ
8.05.2554
เค้กผลไม้

เค้กผลไม้เป็นเค้กที่ใช้ผลไม้เชื่อมมาเป็นส่วนผสมที่ทำให้เค้กมีความแปลกใหม่ และผลไม้เชื่อมที่จะนำมาทำเค้กผลไม้นั้นก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามใจผู้ทำ
ส่วนผสมของเค้กผลไม้
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 3 ถ้วย
2.ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
3.อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา
4.เกลือ 1/2 ช้อนชา
5.เนย 2/3 ถ้วย
6.น้ำผื้ง 1 1/2 ถ้วย
7.ไข่ 3 ฟอง
8.น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วย
9.กล้วยตากหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1/2 ถ้วย
10.มะตูมเชื่อมหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย
11.ฟักเชื่อมหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย
12.เชอร์รี่เชื่อมหั่นบาง 1/4 ถ้วย
13.อัลมอนด์หั่นหยาบ 1/4 ถ้วย
14.ลูกเกด 1/2 ถ้วย
วิธีทำเค้กผลไม้
2. ผสมผลไม้ทั้งหมดและอัลมอนด์เข้าด้วยกัน แล้วคลุกกับแป้งโดยแบ่งออกมา 1/4 ถ้วย
3. คนเนยกับน้ำผึ้งให้เข้ากันโดยวิธีค่อย ๆรินน้ำผึ้งลงในเนย
4. ต่อยไข่คนให้เข้ากัน ใส่ลงไปในเนย คนให้เข้ากัน
5. ค่อยๆใส่แป้งลงในเนยสลับกับผลไม้และน้ำส้มคั้นคนให้เข้ากัน
6. ใช้กระดาษไขรองก้นพิมพ์ขนมปัง (พิมพ์สี่เหลี่ยม 4x6 นิ้ว) ทาไขมันบาง ๆให้ทั่ว ตักขนมใส่ 1/2 ของพิมพ์ ปาดตรงกลางให้เป็นแอ่ง แต่งหน้าด้วยลูกเกดและเชอร์รี่สีแดง อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 40 นาที หรือจนสุกเหลือง เมื่อสุกเอาออกจากพิมพ์เอากระดาษไขรองก้นพิมพ์ออก วางบนตะแกรงพักจนเย็น ห่อด้วยอะลูมินั่มฟอยล์ ควรจะทิ้งไว้สัก 3-5 วัน จึงจะอร่อย ขนมจะเหนียว เนื่องจากน้ำตาลจากผลไม้และน้ำผึ้งจะเยิ้มออกมา ทำให้ขนมเหนียว ไม่ร่วน เมื่อตัดเป็นชิ้นๆ
7.เสิร์ฟเค้กผลไม้กับชาหรือกาแฟ
3.17.2554
เค้กสับปะรด

เค้กปอนด์

3.16.2554
เค้กเนย

3.07.2554
ครีมโรลวานิลลา

ครีมโรลวานิลลา มีลักษณะพิเศษคือจะเป็นเค้กที่ม้วนเป็นวง ซึ่งการม้วนขนมนั้นต้องม้วนทันทีที่ขนมออกจากเตา เพื่อไม่ให้แตก ม้วนพออยู่ตัวทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงเอาผ้าขาวบางที่ม้วนออกให้หลวมๆ เพราะถ้าไม่คลายผ้าออกขนมจะขึ้นเป็นเหงื่อ ทำให้หน้าขนมหลุดไม่น่ากิน เมื่อทาครีมหรือแยมแล้วม้วนให้แน่นปล่อยไว้สักครู่จึงตัด ถ้าจะให้ตัดง่ายขึ้นให้แช่เย็นสักครู่ก่อน
ส่วนผสมของครีมโรลวานิลลา
แป้งสาลีเนกประสงค์ร่อน 1 ครั้ง 1 / ถ้วย
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ไข่ 5 ฟอง
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
วานิลลา 2 ช้อนชา
ส่วนผสมของครีม
เนย ¼ ถ้วย
น้ำตาลไอซิ่งร่อน 1 ครั้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
นม 1 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา 1 ช้อนชา
วิธีทำครีมโรลวานิลลา
1.ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน 3 ครั้ง
2. ต่อยไข่ใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาล ตีให้ขึ้นฟูจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที
3. ผสมนมและวานิลลาเข้าด้วยกัน ใส่แป้งทีละน้อยสลับกับนมลงในอ่างไข่ที่ตี คนเบา โดยพลิกแป้งจากข้าง
ล่างมาข้างบนพอแป้งเข้ากับส่วนผสมจึงใส่นม คนให้นมเข้ากับแป้ง สลับกันเช่นนี้จนหมด ใส่เนยละลาย คนพอเข้ากัน
4. ปูกระดาษไขลงในถาด 11x15 นิ้ว ลึก 1 ซม. ให้กระดาษเกินขอบถาด 1 นิ้ว โดยรอบ เทขนมลงในถาด
อบไฟ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20 นาที หรือจนขนมสุกเหลืองจึงเอาออกจากเตา คว่ำถาดขนมลงบนผ้าขาวบางที่ปูบนตะแกรงดึงกระดาษไขออก ตัดขอบเเข็งออกม้วนขนมตามยาวให้แน่นแด่ม้วนเบามือ คลายผ้าที่ม้วนออกหลวม ๆคลุมขนมไว้ ปล่อยให้ขนมเย็นจึงคลี่ออกทาครีมหรือแยมแล้วจึงม้วนตามเดิม ถ้าใช้แยมใช้ 1/4 ถ้วยผสมกับน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ ทาบาง ๆให้ทั่ว ตัดขนมเป็นชิ้นขนาด ½ - 3/4 นิ้วจะได้ประมาณ 18 อัน